นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ใดและมีเนื้อหา Y ใครที่ไม่ชอบกรุณาปิดนิยายเรื่องนี้ได้เลยค่ะ
ข้อสุดท้าย: ไม่อนุญาตให้คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้นะคะ
ตอนที่ 2
"อ๊ากกกก"
ผมลุกพรวดขึ้นมาจากที่นอนพร้อมกับรีบลูบ ๆ คลำ ๆ ไปตามร่างกายไม่สนใจเหงื่อกาฬที่ไหลท่วมตัวจนเปียกแฉะเมื่อพบว่าเสื้อผ้ายังอยู่ติดตัวครบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"โอย....ค่อยยังชั่วที่เป็นแค่ฝัน นึกว่าจะถูกทำประตูหลังก่อนได้ประตูหน้าซะแล้ว"
ผมบ่นหงุงหงิงเพราะเพิ่งตื่นจากฝันร้ายมาหมาด ๆอย่าให้ผมเล่าเลยว่าฝันเรื่องอะไร กรุณาไปจิ้นกันเอาเองเถอะครับเพราะมันสยองขวัญยิ่งกว่า ซอว์ ปะทะ ล่อมาชำแหละ เสียอีก
ผมมองนาฬิกาปลุกที่วางไว้ข้างหมอน เกือบ 1 ทุ่มแล้วผมจึงลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อจะไปอาบน้ำแต่ก็ต้องชะงักหน้าประตูตู้เสื้อผ้าและเหลียวมองไปรอบห้อง
....เจ้าปีศาจนั่นไม่อยู่....
ผมกระพริบตาปริบ ๆเริ่มไม่แน่ใจว่าปีศาจตนนั้นเป็นความจริงหรือว่าเป็นความฝันของผมกันแน่มองข้างตู้ก็ไม่เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าที่เจ้านั่นถือตอนลากผมขึ้นมาบนห้อง
"ตกลงว่าเรื่องทั้งหมดนี่ เราฝันไปเองหรือไงวะ...."
บ่นกับตัวเองเสร็จก็ถอดเสื้อผ้าและนุ่งผ้าเช็ดตัวหยิบเสื้อยืดสีขาวเนื้อบางออกมาตัวหนึ่ง แล้วเดินลงไปชั้นล่าง
แม่ยืนหันหลังให้ผม คงกำลังตักน้ำแกงอยู่ บนโต๊ะมีกับข้าวที่ทำง่าย ๆ 2 อย่างวางไว้แล้ว ผมตรงเข้าไปหยิบลูกชิ้นทอดใส่ปากก่อนเดินเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังไม่กลืนลูกชิ้นลงคอ
ห้องน้ำบ้านผมไม่มีกลอนประตูเราใช้ตะปูตัวเดียวยึดประตูไว้กับวงกบด้วยวิธีหมุนแต่เพราะบ้านนี้มีแค่ผมกับแม่และประตูก็ค่อนข้างฝืดจึงมักไม่ค่อยใช้บริการเจ้าตะปูน้อยเท่าไหร่นักดังนั้นตามความเคยชิน หลังจากปิดประตูผมก็ถอดผ้าขนหนูออกและพาดไว้กับราวตากผ้าแต่พอหันไปจะหยิบขันตักน้ำ ตาของผมก็ได้เห็น....
"อ๊อก!!"
ภาพตรงหน้าทำให้ลูกชิ้นที่ยังไม่หมดดีในปากหลุดลงคอไปเกือบทั้งหมดโชคร้ายที่มันดันลงไปในหลอดลมแทนที่จะเป็นหลอดอาหารผมจึงทรุดตัวลงสำลักค่อกแค่กด้วยความทรมาน
ตัวต้นเหตุรีบปราดเข้ามาหาปลายนิ้วเย็นสัมผัสที่ลำคอผมและลากไล้ขึ้นมาจนถึงปลายคางไล่เรื่อยต่อจนหยุดที่ริมฝีปาก ความรู้สึกตอนนี้ทั้งทรมาน ทั้งจั๊กจี้ไปพร้อม ๆ กัน
"โอ๊ก!!"
ลูกชิ้นที่ยังย่อยไม่หมดหลุดออกมาจากหลอดลมจนได้ผมไอค่อกแค่กพลางนึกไปว่าโชคดีที่มีเจ้านี่อยู่ไม่งั้นผมคงตายไปแล้ว....
ไม่สิ!! เพราะว่ามีเจ้านี่อยู่ต่างหากผมถึงเกือบตาย!!!
"แกขะ......."
เสียงหลุดจากคอหอยผมแค่นั้นแหละครับเพราะเพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน กับคน(?)ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวอันตรายแถมเจ้าปีศาจนั่นก็อยู่ในสภาพเดียวกับผมเหมือนกัน
"จ๊ากกกก!!!!"
ร้องเสร็จปุ๊บก็โกยอ้าวออกมาจากห้องน้ำวิ่งขึ้นชั้นสองไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะอยู่ในสภาพไหนในสายตาแม่รู้แต่ว่าตอนนี้ผมต้องหนีไปให้ไกลจากไอ้ตัวที่อยู่ด้วยกันกับผมในห้องน้ำแล้วยังโป๊เหมือนกันอีก
"โอ๊ย พระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยลูกช้างด้วย"
ผมภาวนาขณะหยิบเสื้อผ้าในตู้มาสวมเหตุผลคือเพื่อพยายามสลัดภาพล่อแหลมที่ได้เห็นเมื่อกี้ให้หลุดจากสมองโดยเร็วแต่จนแล้วจนรอดผมก็อดเปรียบเทียบหุ่นผอมแห้งของตัวเองกับหุ่นที่เหมือนติ๊กเจษฎาภรณ์ ของเจ้านั่นไม่ได้
"แล้วจะคิดทำไมล่ะโว้ย ฮือ...."คิดแล้วก็ต้องตีอกชกหัวตัวเอง ขยี้ผมจนยุ่งเหยิง จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงร้อนรนของแม่
"เต้ เป็นอะไรหรือเปล่าลูกเมฆบอกว่าลูกสำลักลูกชิ้น"
"ไม่เป็นไรครับแม่" ผมตะโกนออกไปนอกจากไม่อยากเสียฟอร์มแล้วยังไม่อยากเห็นเจ้าปีศาจเมฆนั่นอีกพักใหญ่ ๆ ด้วย
หลังจากนั้นผมได้ยินเสียงแม่ถอนหายใจอยู่หน้าประตูห้องก่อนประโยคถัดมาจะดังขึ้น
"ถ้าไม่เป็นอะไรแล้วก็ลงไปกินข้าว....เอ...หรือจะอาบน้ำก่อน ห้องน้ำว่างแล้วนะ"
"สักพักนึงครับแม่ เดี๋ยวลงไป"
ที่จริงแล้วอยากลงไปใจจะขาดเพราะท้องของผมมันส่งเสียงประท้วงแล้วแต่จะทำไงดีล่ะ ยังไม่อยากเห็นเจ้าปีศาจตอนนี้นี่นา....
ในขณะที่ผมกำลังสับสนอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"แม่ เดี๋ยวผมลงไปฮะ"
"นายต้องออกมาเดี๋ยวนี้หรือจะให้ฉันเข้าไปลากนายออกมา"
เสียงเจ้าปีศาจนั่นเองผมเกือบหลุดเสียงจ๊ากออกไปแล้วดีว่าตะครุบปากตัวเองได้ทันก่อนจะรีบปรับเสียงให้เป็นปกติ
"มะ... มีอะไร" โธ่....เสียงยังสั่นจนได้สิน่า" =*='
"ฉันมาตามนายให้ลงไปกินข้าวนายกำลังทำให้แม่ของนายเป็นห่วงอยู่นะ"
หนอยแน่...กล้าดียังไงเอาแม่มาขู่ฉัน ถ้าแกไม่ทำแบบนั้นกับฉันก่อน ฉันจะสติแตกอย่างนี้เรอะ!
ได้แต่คิด ไม่กล้าพูดออกไปผมนิ่งเงียบเพื่อทำใจก่อนลุกขึ้นยืนและเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเจ้านั่นยังยืนอยู่แต่ผมก็ไม่อาจควบคุมตัวเองไม่ให้สะดุ้งได้เจ้าปีศาจร้ายจ้องผมเขม็ง
"อย่าทำพิรุจให้แม่นายจับได้ล่ะคราวหน้าฉันไม่ปราณีนายอีกแน่"
ปราณีเรอะ! แกจะมาปราณีฉันเรื่องอะไรวะ หา!!
ไม่กล้าตะโกนด่าอีกแล้ว ได้แต่ถลึงตาจ้องเงียบ ๆก่อนเดินตามหลังเจ้านั่นลงไปข้างล่างแม่นั่งเอามือก่ายหน้าผากบนโต๊ะญี่ปุ่นที่มีอาหารเตรียมไว้อยู่แล้วเห็นท่าทางแบบนั้นของแม่ผมก็เริ่มเสียใจ
"แม่ผมขอกินข้าวก่อนแล้วค่อยอาบน้ำนะ"
แม่เงยหน้าขึ้นมองผมแล้วยิ้มหันไปตักข้าวใส่จานโดยที่ไม่ได้พูดอะไรแต่คนสอดกลับเป็นเจ้าปีศาจที่รีบถลาไปนั่งลงตรงโต๊ะเพื่อเตรียมตัวกินข้าว
"น่ากินจังครับ คุณน้า" ว่าจบเจ้านั่นก็หยิบลูกชิ้นทอดเข้าปาก... เออแฮะ...เพิ่งรู้ว่าปีศาจกินลูกชิ้นทอดได้....
ผมนั่งลงข้างแม่บอกขอบคุณขณะรับจานข้าวจากแม่ก่อนปรายตามองเจ้าปีศาจรูปหล่อไม่อยากเชื่อว่านอกจากลูกชิ้นทอด เจ้านั่นก็กินข้าวอย่างมนุษย์เป็นแถมกินได้อย่างน่าเอร็ดอร่อยเสียด้วย ทั้งที่กับข้าวก็พื้นบ้านขนาดนั้น
กินข้าวเสร็จ เมฆอาสาเป็นคนเก็บถ้วยชามไปล้างส่วนผมเก็บกับข้าวที่เหลือและเช็ดโต๊ะ ส่วนแม่เอางานฝีมือที่รับจ้างไว้ขึ้นมาทำ
ก่อนตายพ่อผมได้ทำประกันชีวิตไว้จำนวนหนึ่งถ้าพวกผมกระเหม็ดกระแหม่ก็จะยังมีใช้ไปจนกว่าผมจะเรียนจบและหางานทำได้ถึงอย่างนั้นแม่ก็ชอบหางานฝีมือเล็ก ๆ น้อย ๆ มาทำที่บ้านดังนั้นผมจึงรู้สึกผิดทุกทีที่เอาเงินไปหยอดตู้เกม แต่นั่นก็เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อยๆ ที่คนเพื่อนน้อยอย่างผมจะหาได้นี่นา
"รู้สึกยังไงที่ต้องเห็นแม่ทำงานหาเงิน แล้วนายก็เอาเงินนั่นไปเล่นเกม"เสียงนุ่ม ๆ ที่กระซิบอยู่ข้างหูทำให้ผมสะดุ้งและรีบหันไปมองเห็นรอยยิ้มเยาะบนใบหน้าหล่อของเจ้าปีศาจร้าย
"อย่ามาพูดดี ไอ้กาฝากแกนั่นแหละทำไมไม่ไปหาเกาะคนรวย ๆ กินวะเข้ามาอยู่ในบ้านคนจนอย่างฉันต้องการอะ...." อยู่ ๆ เสียงของผมก็หายไปอีกแล้วแต่ครั้งนี้ผมพอจะรู้สาเหตุ
"มีอะไรหรือจ๊ะ" แม่ผมหันมาถาม
"ไม่มีครับ เต้เขาอยากให้ผมช่วยสอนการบ้านให้"เจ้าปีศาจนั่นโอบไหล่ผมอีกแล้ว "ไป เต้... ทำการบ้าน"
ผมถูกลากขึ้นไปบนห้องอีกครั้งเมื่อเข้าไปในห้องผมรีบหันไปคว้าไม้บรรทัดไว้ป้องกันตัวเผื่อเจ้านั่นจู่โจมเข้ามาอีกแต่พอลงกลอนประตูเสร็จ เจ้านั่นก็เดินไปนั่งบนที่นอนโดยไม่สนใจผมเลย
เกือบสองทุ่มแล้ว และเจ้าปีศาจก็คืนรูปลักษณ์เดิมของมันอีกครั้งจะว่าไปก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่ แค่มีเขางอกออกมาเท่านั้นอาจเป็นเพราะผมเริ่มชินแล้วก็ได้ เอาล่ะ...ในเมื่อไม่กลัวมากแล้วก็ได้เวลารีดข้อมูลสักที
"นายต้องการอะไร"ผมเริ่มคำถามเดิมอีกครั้ง
"ฉันว่าฉันตอบไปแล้วนะ"
เออ..จริงแฮะ.... -_-'
"แล้วนายจะเกาะเป็นกาฝากที่บ้านฉันไปจนถึงเมื่อไหร่"
"นี่ก็ตอบไปแล้ว"
เอ๊.... ไอ้บ้านี่ =''=*
"นายมาเกาะคนจนอย่างฉันกินนะเฟ้ย จะมาบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ข้าวแต่ละมื้อแม่ฉันก็ต้องจ่ายเงินเหมือนกัน ทำไมนายไม่ไปหาพวกคนรวย ๆ ล่ะอย่าง...." ผมกลืนน้ำลายลงคงเมื่อคิดถึงคู่อริ ทันใดนั้นความคิดชั่วร้ายก็พลันวาบขึ้นมาในหัว
"ฉันจะแนะนำคนรวยให้รับรองว่านายจะได้ความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้หลายขุม"ผมมองร่างสูงกว่าอย่างมีความหมาย
"นายจะได้นอนเตียงนุ่ม ๆ ไม่ใช่ฟูกเก่า ๆเหม็นหืนแบบนี้ แล้วนายก็จะได้กินข้าวในร้านอาหารฟาดฟู้ดส์ทุกมื้อ หรือบางทีเขาอาจพานายไปกินข้าวตามโรงแรมหรือภัตตาคารหรู ๆ ก็ได้ หรือ..."
ผมชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ไม่ใช่เพราะโดนเวทย์มนตร์อะไรหรอกแต่เพราะดวงตาเรียวยาวสีม่วงคล้ำนั่นกำลังจ้องหน้าผมอยู่น่าแปลกที่ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกอ่านใจยังไงพิกล
"ฉันมีเหตุผลที่มาอยู่ที่นี่ และจะบอกอะไรให้ไอ้คนที่นายกำลังจะยัดเยียดให้ฉันน่ะ มันไม่น่ากินเท่านายหรอก"
น่ากิน...ไม่นะ.... อย่าบอกนะว่า....
"ที่แกมานั่งอยู่ตรงนี้เพราะเห็นฉันเป็นอาหารหรือไงวะ!!"
เจ้านั่นแย้มรอยยิ้มขึ้น ถึงจะดูดีมากแต่ผมก็ไม่นึกชื่นชมเลยสักนิดมันเหมือนกับจะให้หนูบ้านชื่นชมความสวยของแมวพันธุ์เปอร์เซียที่เห็นตัวเองเป็นเมนูเด็ดลงได้ยังไง
"ก็ใช่น่ะสิ นายนึกว่าฉันกินข้าวเป็นอาหารหรือไง ไร้เดียงสาจังนะไอ้หนู"ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยก่อนส่งเสียงกระซิบขู่
"สักวัน...ฉันจะกินนายทั้งตัว ไม่ให้เหลือเลยคอยดูสิ"
edit @ 2007/03/25 09:18:27