หัวข้อ "ผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจ และอิทธิพลในการวาดรูป"
คุณ Maw เป็นนักวาดปกของสนพ.ไอน้ำ และน่าจะมี Bloggang เป็นของตัวเอง ความจริงอิจีก็มีแหละค่า แต่เป็นโรค ขี้เกียจ Log in ดังนั้นจังขอ'นุญาต ใช้พื้นที่ exteen ในการเล่น Tag ของคุณMaw แทนก็แล้วกันนะคะ
อิจีโกะเริ่มต้นการวาดภาพพร้อมกับที่เริ่มหัดเขียน ก.ไก่ เพราะในหนังสือยุคเก่ามีรูปให้ก็เลยหัดวาดไปด้วย แต่ด้วยความที่ยังเด็ก ไม่กี่นาทีก็เบื่อ (คงเพราะวาดยังไง ไก่ก็ไม่เป็นไก่ล่ะมั้ง) จากนั้นก็เริ่มหัดอ่าน มานี มานะ ปิติ ชูใจและไม่ได้วาดภาพอีกจนกระทั่งขึ้น ป.1
ตอนนั้นช่อง 9 การ์ตูนมีการ์ตูนเรื่องโดราเอมอนฉาย แต่ตอนนั้นอิจีโกะกลับชอบดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ ของช่อง 7 แต่ก็มีเหตุต้องทำให้ไปนอนบ้านญาติหลายวัน และบ้านเขาดูช่อง 9 การ์ตูน เราจึงต้องนั่งดูไปด้วย แต่ก็ยังไม่ได้ชอบในทันที
ไม่นานนัก ที่โรงเรียนมีคนเอาหนังสือมาบริจาค ส่วนมากเป็นการ์ตูนคุณครูก็เอามาใส่ตระกร้าและวางไว้ตามจุดที่มีที่นั่งเพื่อให้นักเรียนอ่าน อิจีโกะเป็นพวกเด็กเก็บกด ใครเล่นอะไรก็มักไม่ไปเล่นด้วย (เล่นไม่เป็นน่ะเอง 555+) ไปนั่งดูเขาเล่นและได้เห็นการ์ตูนวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมาเปิดดู จำได้แม่นว่าการ์ตูนเรื่องนั้นคือ โดราเอมอน ไม่มีอะไรทำเลยนั่งอ่าน (อ่านคล่องตั้งแต่อนุบาล เพราะผลจากการถูกตีจนเนื้อลาย เหอๆๆๆ) การ์ตูนโดราเอมอนอ่านง่าย เป็นช่องๆ เราติดแทบจะทันทีแม้จะทุลักทุเลเรื่องการสะกดบ้าง และนับแต่นั้น เราก็ใช้เวลาพักทานข้าวหมดไปกับการอ่านการ์ตูน
โดราเอมอน เป็นการ์ตูนที่ทำให้หัดวาดเป็นเรื่องแรก แต่ก็ยังไม่ชอบเท่าไหร่ จนได้มาอ่านเรื่อง เมทัล K เป็นการ์ตูนหุ่นยนต์สาวล้างแค้น(โอ้ เด็ก ป.1 อ่านเมทัล K) ซึ่งสัดส่วนผิดกับโดราเอมอนมากมาย แต่เมทัล K เป็นการ์ตูนดำจัดขาวจัด และมีหัวกะโหลก มีหุ่นยนต์ มีลูกกะตา (?) คือง่ายๆ ว่าไม่น่าวาด จึงได้แค่อ่านอย่างเดียว
ต่อมาได้อ่านเรื่อง แม่มดสาว คุโรอิ มิซะ เรื่องของแม่มดในยุคปัจจุบันที่แก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยเวทมนตร์ เรื่องนี้เป็นเรื่องบันดาลใจให้เกิดจินตนาการและอยากสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ แต่เนื่องจากภาพไม่สวยก็เลยได้แค่อ่านอย่างเดียว (อีกแล้วครับท่าน)
และมาถึงงานที่ได้อ่าน และทำให้หัดวาดจริงๆ จังๆ เรื่องนั้นก็คือ

เป็นการ์ตูนที่แอบอ่าน โดยแฮบมาจากพี่สาว แค่เห็นหนุ่มบนปกก็อุทานออกมาแล้วว่า "โคตรหล่อเลย" โดยอ่านเรื่องนี้คู่ไปกับเรื่อง อสูรน้อยกระซิบรัก (ตอนนั้นชอบมาคาเบะ ชุน มากๆ) และ ไซเฟอร์ (อ่านไซเฟอร์ไม่รู้เรื่อง) แต่ 2 เรื่องท้ายยังไม่น่าวาดได้เท่ากับเรื่องนี้ บวกกับที่พี่สาวเจ้าของหนังสือก็หัดวาดภาพจากการ์ตูนเรื่องนี้อยู่ เห็นเขาวาดสวย เราก็เลยลอง จากนั้นก็วาดมาเรื่อย ถึงจะไม่พัฒนาขึ้นเลยก็ตาม
ตอนป.4 เริ่มอ่านการ์ตูนมากขึ้น และเริ่มฉีกแนวการอ่านการ์ตูนจากรักหวานแหวว แฟนตาซี มาเป็นแนวสืบสวนสอบสวนแบบแฟนตาซี นัยน์ตาเธอสีม่วง ซึ่งตอนนั้นยังเป็นการ์ตูนรายสัปดาห์ เป็นแนวแรกที่ได้อ่านและติด แต่หาซื้อไม่ได้เพราไม่ได้ทำเป็นรวมเล่มออกขาย และช่วงนั้นเองที่ คำสาปเงาพระจันทร์ ของสนพ.มิตรไมตรีได้ออกขาย (เล่มละ 10 บาท) เราจำลายเส้นได้จึงซื้อทันทีไม่มีรอ และก็ติดในทันทีเช่นกัน เรื่องนี้เป็นแรงพัฒนาลายเส้นจากของอจ.โฮโซกาว่า มาเป็นของอจ. ชิโนฮาร่า และยังคงมีกลิ่นอายภาพของอจ.ท่านนี้ในงานตัวเองมาจนถึงปัจจุบัน และอจ.ชิโนฮาร่า ยังมีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้เราชอบงานประเภทสืบสวนสอบสวน การฆาตกรรม และงานที่จบอย่างสะเทือนขวัญบีบจิตใจคนอ่านจนน้ำตาแทบร่วง
การวาดรูปนั้นมาจากความชอบแต่ก็ไม่ได้คิดจะศึกษา ในตอนที่จบชั้นมัธยมต้นได้เข้าเรียนโรงเรียนอาชีวะศึกษาเสาวภา แต่เลือกเอก คหกรรมด้วยเป็นเด็กโควต้าของสถาบันเดิม จึงไม่ได้ลงเรียนศิลปกรรมอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็ยังวาดการ์ตูนมาเรื่อยด้วยการลอกแบบจากภาพที่ชื่นชอบ ทั้งลอกลายและมองออกมาแล้ววาด ไม่ได้เรียนอนาโตมี่ ไม่ได้เรียนทฤษฎีแสงเงา ไม่ได้เรียนวิธีการลงสีทำแบบงูๆ ปลาๆ ไปเรื่อย จนกระทั่งจบภาคการศึกษาแรก ได้เข้าทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งด้วยความที่อยากทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จึงต้องเอนแนวการเรียนไปเป็นบริหารธุรกิจ และเรียนสาขานี้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งจบระดับปริญญาตรี
การทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นทำให้ทิ้งการวาดรูปไปนาน แต่ทำงานได้เพียงปีเดียวก็ต้องลาออกเพราะวัยวุฒิยังน้อย เมื่อโอนกลับเข้ามาเรียนในภาคชั้นปกติ จึงได้ใช้เวลาว่างวาดการ์ตูนอีกครั้ง แต่ก็ยังวาดไปด้วยความฉาบฉวย คือแค่วาดเป็นโครงร่าง ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง และวาดอย่างนั้นมาเรื่อยจนกระทั่งถึงยุคอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู และงาน CG ก็เข้ามา
CG แรกที่สนใจคือ FINAL FANTASY 8 ภาพสวยชนิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน Want มากจนเก็บเงินซื้อเกมมาเล่น (เล่นกับคอมพิวเตอร์) ตอนนั้นได้ทำงานแล้วและอยากทำให้ได้อย่างนั้น จึงหันมาลองหัดเล่น Photo shop แต่ด้วยความที่ไม่เข้าใจ หัด ps ได้ไม่นานก็เบื่อ หันกลับไปวาดภาพร่างการ์ตูนเช่นเดิม
ในต้นปี พ.ศ. 2549 เริ่มต้นเล่นเวปเด็กดี ช่วงก่อนหน้านี้ได้หัดแต่งแฟนฟิคจากเรื่องอินุยาฉะ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ในบอร์ดอินุ จึงได้ผันตัวเองมาเขียนนิยาย แม้จะยังวาดภาพอยู่แต่ก็แค่ทำเล่นสนุกๆ ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก จนกระทั่งได้เข้าไปในเวป devianart ได้เห็นงานของ heise

งานระดับเทพที่ไม่เคยพานพบที่ไหนมาก่อน เป็นงานประเภทที่อยากจะทำให้ได้อย่างนี้ จึงหันกลับมาเล่น PS อีกครั้ง แต่หัดไปๆ ก็ยังไม่เข้าใจงาน แถมที่บ้านไม่มีเทปเลทจึงทำๆ หยุดๆ แล้วแต่อารมณ์ เฝ้ามองภาพสวยๆ และวาดแฟนอาร์ทที่เป็นเพียงภาพร่างเท่านั้น

(แฟนอาร์ท ที่ให้เจ้าของผลงานนิยายลงสีเอง เนื่องจากอิจีโกะลงไม่เป็น) -_-'''
จนกระทั่งได้พบกับ feimo นักวาดที่พบใน devianart เช่นกัน งานยุคแรกๆ ของ feimo นั้นไม่ประทับใจเท่าไหร่ แต่ก็คอยมองผลงานของเขามาเรื่อยๆ และได้เห็นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง feimo จึงกลายเป็นคนที่สร้างแรงผลักดันให้เราเริ่มพัฒนางานภาพอย่างจริงจัง

(งานในปัจจุบันของ feimo)
เริ่มจากพรินท์วิธีการลงสีจาก PS จากเด็กดีและเริ่มหัดจากตรงนั้น โดยแสกนเข้าคอมแล้วหัดป้ายๆ เอาโดยไม่ได้อ่านวิธีทำอย่างจริงจัง

(งานแรกๆ ที่หัดทำ PS)
แต่หลังจากที่หัด งานก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เส้นแข็ง สีไม่เนียน ฯลฯ โดยเฉพาะเส้นผมที่ทำอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น เลยไปโทษว่าตัวเองใช้เมาส์หนูทำ งานเลยออกมาไม่ดี และกำลังจะเลิกอยู่รอมร่อ
ในที่สุดก็ได้พบเซจังจากบอร์ดไอน้ำ เซจังเป็นอีกคนที่ใช้เมาส์หนูทำงาน แถมทำออกมาได้สวยเสียด้วย เซจังจึงเป็นคนที่ทำให้เราฮึดทำงานจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ และมาอ่านวิธีลงสีจาก PS กันใหม่ ทั้งจากเด็กดีและหนังสือ Digital panting เลือกวิธีที่เหมาะสมกับงานตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด และลองหัดทำมาเรื่อยๆใช้นั่นใช้นี่ งานชิ้นแรกเป็นภาพเล็กๆ แต่ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงกว่า และเลเยอร์ก็ใช้เยอะอย่างที่ไม่เคยใช้ แม้เส้นผมจะยังลวกๆ แต่ก็พอดูได้ในระดับหนึ่ง

(รูปตัวแทนตัวเองที่ตั้งใจทำอย่างแท้จริง)
มาถึงภาพที่ 2 ภาพที่หัดเอามาลงสีช่วงนี้ส่วนใหญ่และวาดไว้นานแล้วและแสกนเก็บไว้ทั้งนั้นยกเว้นภาพข้างล่างนี้

(ภาพแรกที่ตั้งใจลงสี เปิดตำราทำกันเลยทีเดียว)
หลังงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา คุณมูนนี่ ผู้แต่งศาสตราแห่งเดราเนียร์ได้เขียนแฟนฟิคเฉพาะให้เราเป็นพิเศษ ภาพนี้จึงเป็นงานเดียวที่วาดและลงสีทันที และตั้งใจมากชนิดเปิดตำราทำทุกขั้นตอน ลบแล้ว ลบอีกจนกระทั่งความงามของภาพอยู่ในระดับที่ตัวเองพอใจ แม้เส้นจะยังแข็งและผมก็ยังกระด้างก็ตาม(ส่วนนิยายประกอบภาพนี้ ก็อยู่ในบล็อกนี้แหละคับ สนใจลองอ่านดูได้)อิอิ

(งานเกือบล่าสุด)
เป็นงานที่ฝึกเรื่องเส้นไม่ให้แข็งและส่วนผมอยากให้เป็นเงาซ้อนๆซึ่งก็ทำได้อย่างที่หวังในระดับหนึ่ง (งานออรินั้นก็เป็นเช่นเดียวกับภาพอื่นๆ คือเส้นหนาโครตๆ) ใช้วิธีลบเส้นให้บางลง เล็ง+ เพ่งกันจนปวดตา และข้อมือขวาด้านและแข็งเป็นไตก็ด้วยภาพนี้นั่นเอง แต่ถึงมือจะเป็นเช่นนั้นไปแล้วแต่ก็ภาคภูมิใจทุกครั้งที่มอง
และมาถึงงานปัจจุบันที่ตั้งใจว่าจะทำให้เป็นภาพเสมือนคนจริง

รูปนี้ต้นแบบจริงมาจากเรน ด้วยเป็นอนาโตมีจากคนจริงอีกทั้งมีแสงเงาจริงจึงตั้งใจจะทำอย่างดีที่สุด จากเมื่อวานที่ลองลบเส้นร่างดูองค์ประกอบรวมแล้วคิดว่ามีความเป็นไปได้ (จากการทำภาพด้วย PS มิใช่ Coral paint)ถึงยังมีจุดที่ต้องแก้ไขอีกมาก เช่นช่วงอก กล้ามท้องแต่ก็ไม่น่าหนักใจเท่าเส้นผม ยังคิดอยู่ว่าจะปาดด้วยวิธีไหนดี ถึงจะดูพลิ้วสลวยเหมือนใช้แทปเลท เมื่อวานพรินท์วิธีลงเส้น path จากเซจังแล้ว คิดว่าจะลองทำดู (ต้องหัดทำ path อีกแล้วตรู) ^^"
ตอนนี้นอกจากเขียนนิยายแล้ว ยังใช้เวลาช่วงที่คิดงานไม่ออกหัดลงสีไปเรื่อยๆจากที่ทำเล่นสนุกๆ ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น (อ่าว...) เพียงแต่เพิ่มความต้องการให้งานของตัวเองออกมาดูดี น่ามองมากขึ้นจึงได้พยายามมาเรื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยคิดจะทำ
ขอบคุณเซจังที่เป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มใช้เมาส์หนูทำงาน (จากที่เคยผลัดวันประกันพรุ่ง เอาแต่รอแทปเลท) ขอบคุณ feimo ที่สอนให้เรารู้ว่า ทุกสิ่งสามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยความพยายามและตั้งใจขอบคุณ คุณ Maw ที่ส่งมอบTag มีสาระนี้ให้จากบอร์ดไอน้ำ ขอบคุณทุกท่านที่บอร์ดไอน้ำ ที่คอยชี้แนะแนวทางและเป็นกำลังใจให้ อิจีโกะจะพยายามต่อไป (^w^)V~
ปล. คุณ maw เราต้อง tag ต่อมั้ยนี่ ไม่ค่อยรู้จักใครเลยอ่ะค่ะ ขอไม่ส่งต่อได้ป่ะคะ?
edit @ 2007/05/16 13:02:55
วาดได้แต่การ์ตูนเป็นเรื่องๆ ซึ่งน่าจะใช้เวลาที่นานกว่าการเขียนแน่ๆ กว่าจะวาดได้ทีละหน้า ... อา พอดีหัวหงอก คงได้เวลาเข้าวัดมากกว่าจะนั่งเขียนการ์ตูนอ่ะ