2007/Aug/16

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ใดและมีเนื้อหา Y ใครที่ไม่ชอบกรุณาปิดนิยายเรื่องนี้ได้เลยค่ะ

ข้อสุดท้าย: ไม่อนุญาตให้คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้นะคะ

********************************

วันที่ผมพบปีศาจ

ตอนที่ 6 (100%)

ไอ้บ้าเมฆ จำไว้เลยนะ

ผมคำรามอย่างเคียดแค้น (แน่นอนว่าแค่ในใจเท่านั้นแหละ) ขณะเดินไปตามถนนลูกรังและอีกไม่กี่เมตรข้างหน้าก็จะถึงโรงเรียนแล้ว ผมเขย่งก้าวและกระโดดหลบแอ่งน้ำขังเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่ว ถึงมันจะดูตลกก็เถอะ แต่ถ้าแลกกับการที่ต้องให้น้ำจากดินแดงนั่นเลอะเสื้อหรือถุงเท้าเข้าล่ะก็ ผมยอมเป็นตัวตลกดีกว่า เพราะมันซักยากจะตายชัก!

ไม่ต้องห่วงครับ เช้าก่อนเข้าเรียนอย่างนี้ไม่ได้มีผมคนเดียวหรอก บรรดานักเรียนส่วนใหญ่ก็ทำแบบเดียวกับผมนั่นแหละ ยกเว้น...

รถฮอนด้า CRV สีดำแล่นมาด้วยความเร็วชนิดไม่กลัวล้อแม็กกระเด็นออกจากตัวถัง เพราะหลุมอุกาบาตหน้าโรงเรียนผมเยอะพอๆ กับดาวอังคาร ไม่ต้องหันหลังไปมองก็รู้ว่ารถใคร ลูกเจ้าแม่ตลาดสด คุณชายหนึ่ง นั่นไง! แถมคนขับรถของมันยังปาดซ้ายป่ายขวา ทั้งที่ตอนนี้ทั้งซอยมีแต่เด็กนักเรียนเดินกันให้ขวั่ก

ได้ยินเสียงนักเรียนตะโกนด่าไล่หลังรถสวยนั่นกันขรม แต่ผมไม่มีเวลาหันไปดูและไม่คิดจะหันด้วย ถ้าพลาดแค่เสี้ยววินาที ผมอาจเป็นเหยื่อน้ำมฤตยูที่ทำให้กลายร่างเป็นไอ้ด่างจนกว่าจะขึ้นเทอมหน้าหรือจนกว่าแม่จะมีเงินซื้อเสื้อตัวใหม่ให้ ดังนั้นผมจึงเร่งฝีเท้าไปยังจุดที่ไม่มีน้ำขังและแน่นอนว่าต้องไกลเกินรัศมีล้อแม็กจะวิดน้ำมาโดนเสื้อด้วย

ทว่า...

เฮ้ย เต้ ไปด้วยกันป่ะ!

ชะงักเท้าทันใดพลางหันไปทางต้นเสียง ผิดคาดแฮะ! คนที่นั่งอยู่หลังหน้าต่างอัตโนมัติซึ่งเลื่อนลงมาจนสุดในวันนี้ไม่ใช่ไอ้หนึ่งอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นทันกับแย้ สองลูกสมุนคุณชายจอมยโสคนนั้นต่างหาก

ไม่ ผมกระชากเสียงและยืนนิ่งอยู่ เพราะห่างไปอีกหน่อยจะเป็นแอ่งน้ำขังแถมใหญ่เสียด้วย กะว่าจะรอให้ CRV ผ่านไปก่อน

ไม่ต้องเกรงใจหรอก วันนี้ไอ้หนึ่งไม่มา พวกข้าไปหามันตอนเช้าแต่แม่กิมลั้งบอกว่ามันไม่สบาย เลยให้คนขับรถมาส่งพวกข้านี่ไง

แอร์เย็นฉ่ำจากรถหรูทำให้ผมเริ่มลังเล ไม่มีสักครั้งที่ผมจะมีโอกาสได้นั่งรถราคาแพงระยับอย่างนี้ และไม่แน่ว่าอนาคตก็คงไม่มีโอกาสอีกด้วย

เร็วเว้ย!! โรงเรียนจะเข้าแล้ว

แย้ตะโกนเร่งจากด้านใน ผมรีบก้าวเท้าไปยืนใกล้รถ และในตอนที่กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูนั้นเอง...

ไอ้ทันให้เอ็งขึ้น แต่ข้าไม่ให้ขึ้นเว้ย

สิ้นคำพูดของแย้ ถุงพลาสติกบรรจุของเหลวสีแดงก็ลอยจากมือมันมาปะทะหัวผมอย่างจัง ทันทีที่ถุงแตก ของเหลวข้นหนืดที่ผมเพิ่งรู้ว่ามันคือน้ำหวานเฮลซ์บลูบอยก็เลอะเปรอะทั่วทั้งเส้นผมและใบหน้า ที่สำคัญ... เสื้อสีขาวของผมไปซะแล้ว ToT

ข้าบอกให้คนขับรถไปเร็วๆ ไม่ได้ให้เอ็งเสนอหน้าขึ้นมาบนนี้สักหน่อย อย่างแกน่ะนะไอ้เต้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะรถคันนี้หรอกโว้ย

คราวนี้ทั้งแย้และทันต่างหัวเราะประสานเสียง แถมคนขับรถก็รีบขับบึ่งออกไปอย่างกับนัดแนะกันไว้ คราวนี้ผมกลายเป็นตัวตลกจริงๆ เพราะไม่มีนักเรียนคนไหนหรอกที่ต้องเลอะเฮลซ์บลูบอยตั้งแต่เช้าเหมือนผม

งี่เง่าชะมัด

ผมด่าตัวเองด้วยความรู้สึกจากใจจริง

หนึ่งเดินเข้าห้องเรียนหลังจากที่ผมล้างเอาน้ำหวานออกจากตัวไปได้บางส่วนและนั่งประจำที่ตัวเองแล้ว มันมองผมด้วยหางตาแวบหนึ่งแล้วขมวดคิ้วก่อนเดินไปนั่งที่หลังห้อง ซึ่งเป็นทั้งที่นั่งประจำและแหล่งซ่องสุมของจอมวายร้ายทั้งสามนั่นแหละ สักพักพวกมันทั้งสามก็ออกไปจากห้องเรียนหน้าตาเฉย ไม่สนใจเลยว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มเรียนแล้ว หรือแม้แต่ตอนที่มันเดินออกไปนั้นแทบจะชนกับครูผู้สอนด้วยซ้ำ

นั่นพวกเธอจะไปไหนน่ะ ครูโฉมเฉลา สอนสังคมในตอนเช้าของวันนี้ถามด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก

ห้องน้ำคับ คุณคู แย้ตอบกลับมาด้วยเสียงกวนประสาท

หลังจากนั้น พวกมันก็หายไปจนกระทั่งหมดชั่วโมงวิชาสังคม ทั้งสามโผล่หัวเข้ามาในห้องอีกครั้งด้วยสภาพเหมือนกับที่ตอนออกไป แต่น่าประหลาด... ผมกลับรู้สึกว่าพวกมันดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด หน้าตาหยิ่งยโสของหนึ่งเชิดขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ทันกับแย้เอาแต่ขมวดคิ้ว พูดตรงๆ แบบไม่เข้าข้างลูกตาตัวเองเลยนะ ผมว่าพวกมันทะเลาะกันแหง

ช่างหัวมันปะไรเล่า

คิดในใจทั้งที่อยากรู้จน... เอ่อ ไม่ถึงกับตัวสั่นหรอกครับ แค่อยากรู้เฉยๆ ก็พวกมันสนิทแถมเข้ากันดีจะตายไป (โดยเฉพาะตอนแกล้งผม) อย่างไรก็ตาม ความสงสัยมันอยู่ได้ไม่นานหรอกสำหรับผม พอวิชาใหม่เริ่มต้นผมก็แทบจะลืมไปสนิท และลืมถาวรไปเลยเมื่อขึ้นวิชาที่สามซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายของภาคเช้า

ผมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีหลังจากที่ทั้งชั้นกล่าวบอกลาครูผู้สอน เพราะอาการคันคะเยอจากฤทธิ์น้ำหวานเฮลซ์บลูบอยมันเล่นงานตั้งแต่ยังไม่หมดคาบสองด้วยซ้ำ พอเข้าไปก็เปิดก๊อกล้างหัวล้างหู ไม่สนใจเลยว่ามีใครเดินตามหลังมาแล้วปิดประตูห้องน้ำหลังจากผมเปิดก๊อกได้ไม่กี่นาที

คันมากล่ะสิ

ผมเงยหน้าทันทีที่ได้ยินเสียง อารมณ์ถึงจุดเดือดกะทันหันเมื่อเห็นหัวหน้าแก๊งค์ปีศาจ ณ ตลาดสดคุณนายกิมลั้งยืนเอาสองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สีหน้าของหนึ่งตอนนี้ผมบอกไม่ถูกว่าเป็นแบบไหน รู้อยู่อย่างเดียวว่าแบบไหนก็ไม่ชอบทั้งนั้น ถ้าเป็นหน้าของไอ้คุณชายคนนี้

ตามมาจับฉันยัดโถส้วมหรือไง ผมประชด

อยากให้ทำหรือไง หนึ่งว่าแล้วเดินเข้ามาหา มันชำเลืองไปทางปอยผมที่เปียกน้ำของผมก่อนจ้องหน้า

แกก็ลองดูสิ จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องลงไปอยู่ในโถส้วม บอกพลางเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำ จังหวะที่ละสายตาไปนั้นผมรู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนอยู่ตรงแก้ม สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอะไรที่ว่ามันคืออะไร

อย่าจับโว้ย!! ผมตะคอกและปัดมือหนึ่งอย่างแรงก่อนพุ่งเข้าต่อยหน้าของมันอีกหนึ่งหมัด... มาเดี่ยวอย่างนี้ คิดว่าจะกลัวเรอะ!!!

ใบหน้าของหนึ่งหันไปตามแรงชกแต่ลำตัวไม่ได้ขยับสักนิด แน่ล่ะ... ถึงรูปร่างมันจะเล็กเมื่อเทียบกับเมฆแต่ถ้ากับผมแล้วก็เรียกได้ว่ามวยคนละรุ่น ยังงั้นก็เถอะ ถึงเชิงมวยยังอ่อนหัดแต่ผมเป็นลูกผู้ชายเต็มร้อย โอกาสล้างแค้นแบบทบต้นทบดอกมีไม่บ่อย ดังนั้นผมจึงเหวี่ยงหมัดอีกข้างหวังจะฮุคปลายคางให้มันลงไปนอนกอง

แต่หนึ่งมันรู้ทางผมแล้ว คราวนี้มันเบี่ยงตัวหลบและจับข้อมือที่ผ่านหน้าไปแบบฉิวเฉียดไว้ ก่อนรวบอีกข้างที่ตามมาติดๆ แล้วกระชากตัวผมให้เสียหลักทั้งที่ยังไม่ปล่อยข้อมือ ดังนั้นผมจึงถลาไปกระแทกกับแผ่นอกของมันเข้าอย่างจัง

ผมดิ้นรนจากพันธนาการอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเงยหน้าขึ้นเพื่อเตรียมต่อว่า พลันนั้นกลับต้องชะงักเพราะใบหน้าของหนึ่งอยู่ใกล้... ใกล้มากซะจนเห็นกระทั่งไฝขนาดเล็กแทรกอยู่ในคิ้วเข้มดกของมัน

ปล่อยโว้ย

หนึ่งกระพริบตาแล้วทำตามที่ผมสั่ง อาการปล่อยของมันเหมือนคนตกใจมากกว่าอย่างอื่นเพราะไม่มีแรงเหวี่ยงหรือสะบัดอะไรเลย เป็นการปล่อยแบบแบมือออกจากกันแค่นั้น

ผมผลักหนึ่งให้พ้นทางก่อนเปิดประตูออกจากห้องน้ำ ด้วยความโมโหจัดจึงไม่ได้ยินเสียงปุ่มล๊อกที่ถูกคลายออกในช่วงหมุนลูกบิดประตู และผมก็เกลียดหนึ่งมากซะจนไม่คิดหันกลับไปมองแม้แต่น้อย ดังนั้นผมจึงไม่เห็นว่าตอนนี้มือทั้งสองข้างของหนึ่งกำลังประกบอยู่ที่ปากของมัน

มารู้ทีหลังก็ช่วงภาคบ่าย...

คนที่เข้าห้องน้ำหลังผมเป็นนักเรียนห้องเดียวกัน พวกนั้นเมาท์ (แน่นอนว่าลับหลัง) หนึ่งว่ามันดมกาวอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ผมฟังแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ความจริงผมรู้จักหนึ่งมาตั้งแต่สมัย ป. 5 คนอย่างเจ้านั่นถึงจะชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าเช่นผม แถมเป็นคุณชายซ้ำชั้นที่คบหญิงไม่เลือกหน้า ออกไปซิ่งมอร์เตอร์ไซค์ยามดึกหาเด็กแว้นท์บ้างแต่มันก็ไม่เคยข้องแวะกับยาเสพติดเลยสักครั้ง จำได้ว่ากระทั่งบุหรี่มันก็ไม่สูบเพราะแพ้กลิ่นและควันบุหรี่

แล้วคนแพ้ควันแพ้กลิ่นนี่มันจะไปดมกาวได้ไงวะ?

ความสงสัยก็แค่ความสงสัย ที่จริงหนึ่งจะเป็นอะไรยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผมสักนิด แต่ก็แอบไม่พอใจเล็กน้อยที่มันถูกกล่าวหาในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำหรือไม่มีวันทำได้ เออ... แล้วผมจะคิดอีกทำไมหว่า ในเมื่อหลังเลิกเรียนมีอะไรสนุกๆ รอผมอยู่

ผมยิ้มกริ่มพลางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบธนบัตรสีเขียวค่อนข้างเก่าขึ้นมาดู... เงินยี่สิบบาทนี่คงพอจะทำให้ผมเล่นเกมตู้ได้สักสองชั่วโมงล่ะนะ ขอไประบายเครียดที่วันนี้โดนแกล้งหน่อยเถอะ คิดแล้วก็พับแบงก์ใบเก่าครึ่งหนึ่งแล้วใส่ในกระเป๋าเสื้อ ตบเบาๆ สองสามทีเพื่อให้เนื้อผ้าหุบไปชนกับสาปด้านใน พลันนั้นผมได้ยินเสียงใครบางคนลอยมาเข้าหู

ที่ไม่ยอมกินข้าวเพราะจะเอาเงินไปหยอดตู้เกมอีกแล้วใช่ไหม?

รำคาญน่า!! ไอ้เมะ...

สะบัดหน้าไปตามเสียงเรียกแล้วต้องแปลกใจ เพราะคนที่ยืนทำหน้าบึ้งอยู่ข้างโต๊ะคือไอ้คุณชายซ้ำชั้นไม่ใช่เจ้าปีศาจบ้านั่น จะว่าไปนี่มันที่โรงเรียน... ถ้าเมฆมันมายืนอยู่ตรงนี้ได้ทันทีก็เป็นเรื่องสยองเกินไปหน่อยล่ะ ถึงความจริงมันจะทำได้ก็ตามเถอะ

ตกลงนายรักแม่นายจริงหรือเปล่า หา! ไอ้เต้

อย่าใส่เกือก อยากโดนต่อยอีกหรือไง!!

พูดขู่ทั้งที่ไม่มองหน้า... ให้ตายสิ! นี่หนึ่งมันโดนไอ้ปีศาจเมฆสิงใช่ไหมเนี่ย ถึงพูดอะไรได้คล้ายกันขนาดนี้!

แต่หนึ่งก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ มันยืนเฉยอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง...

สวบ!!

ถุงพลาสติกสีขาวมีโลโก้ 7-11 วางอยู่ตรงหน้า ผมขมวดคิ้วพลางเงยหน้าขึ้นมองศัตรูคู่อาฆาตอย่างสงสัย แต่หนึ่งกลับเบือนหนีไปอีกทางก่อนส่งเสียงเบาดุจเสียงกระซิบ ทว่าดังพอที่ผมจะได้ยิน...

กินซะ พูดจบมันก็เดินหนีไปเลย

ผมมองตามแผ่นหลังกว้างแล้วขมวดคิ้วอีกครั้ง... นี่หมัดผมแรงขนาดทำให้จิตชั่วในสมองคนกระเด็นหายไปได้เลยรึนี่!? ไม่สิ... มันต้องเป็นกับดัก ของนี่หมดอายุแล้วแน่ๆ

คิดแล้วก็หยิบขนมปังแซนวิชหมูหยองออกมาจากถุง...

อ้าว ก็ของใหม่นี่หว่า ผมคิดขณะตรวจสอบวันหมดอายุเรียบร้อยแล้ว

ชักจะยังไงๆ ซะแล้ว อยู่ๆ หนึ่งมันก็มาทำดีกับผมเนี่ยนะ โอ้ว จอร์จ!! สิ่งมหัศจรรย์ของโลก... ไม่สิ! หรือคราวนี้โลกจะถึงกาลพินาศแล้วจริงๆ

ประชดในใจไปอย่างนั้นแหละ เมื่อแน่ใจแล้วว่าขนมปังไม่ได้หมดอายุและหนึ่งก็ไม่ได้แกล้งชัวร์ ผมจึงแกะห่อขนมปังยัดเข้าปากด้วยความหิวโหย

ทันมองเพื่อนผู้ยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆ พลางหันไปหาเพื่อนสนิทอีกคน แย้สบตาแล้วยักไหล่ทำสีหน้าเหมือนจะบอกว่า อย่าถาม... ไม่เข้าใจไอ้หนึ่งมันเหมือนกัน ก่อนเบือนหน้าไปทางอื่น

ช่วงเช้า หนึ่งเรียกพวกเขาสองคนออกไปตำหนิ ตอนแรกทั้งคู่คิดว่าหนึ่งจะด่าพวกเขาเรื่องที่ไม่ยอมรอให้หนึ่งทำธุระส่วนตัวเสร็จแถมขอแม่กิมลั้งให้เอา CRV ออกมาส่งพวกตนซะอีก แต่เรื่องกลับเป็นว่าหนึ่งอาละวาดใส่พวกเขาเพราะเรื่องน้ำหวานบนเสื้อของเต้ ทั้งที่เมื่อก่อนมันเป็นคนริเริ่มด้วยซ้ำ

เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขากันแน่?

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สงสัยก็เป็นได้แค่ความสงสัย ด้วยนิสัยและอิทธิพลของหนึ่ง เขาไม่มีทางจะถามมันตรงๆ กับเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้แน่...

แค่ตอนนี้เท่านั้น...

เสียงกริ่งสัญญาณโรงเรียนเลิกดังขึ้นพร้อมกับที่ผมหยิบหนังสือยัดใส่กระเป๋าด้วยท่าทางเร่งรีบและหลั่นล้า จะไม่ให้ดีใจได้ไง เกม House of evil สุดโปรดกำลังรอผมอยู่ที่ร้านเกมตู้เจ้าประจำ วันนี้แหละ ผมจะยิง ยิง ยิง และยิงให้สาแก่ใจ!

แต่เมื่อสาวเท้าไปจนถึงหน้าโรงเรียน สายตาผมพลันเหลือบไปเห็นเงาหัวคุ้นเคยของใครคนหนึ่งอยู่ด้านนอกของรั้ว... ทว่าสมองยังไม่ทันประมวลคำตอบ เจ้าของเงาที่ว่าก็โผล่หน้าออกมาให้เห็นแถมยังเหยียดยิ้มที่ดูเหมือนกับกำลังเยาะเย้ยผมอีกด้วยแน่ะ

อะ... ไอ้เมฆ!!

แม่นายให้ฉันมาซื้อกับข้าว เลยแวะมารอนายกลับพร้อมกัน

เมฆก้าวเข้ามาใกล้ผมที่ยืนตาค้างอ้าปากหวอเพราะถูกผีหลอกตอนกลางวันแสกๆ มันแสยะยิ้มเยาะอีกทีก่อนเหวี่ยงแขนมาล๊อกคอลากผมให้ไปด้วยกันกับมัน

กลับบ้านได้แล้ว

ไม่น้า~~~ เกมของโผมมมม TOT

อย่าร้องน่า วันนี้ฉันมีของจะให้แกด้วย เพิ่งซื้อมาเลยนะแต่อยู่ที่บ้าน

ฉันไม่ใช่เด็กนะโว้ย ถึงต้องเอาของมาล่อเพื่อให้กลับบ้านน่ะ

ผมโวยวายทั้งน้ำตา (แกล้งทำหน้าเหยเกไปงั้นเองแหละ ไม่ได้ร้องไห้จริงๆ หรอก) แต่เมฆก็ยังไม่ยอมปล่อยคอผมอยู่ดี มันโน้มหน้าลงมาใกล้จนปากแทบจะชิดใบหูผมอยู่แล้ว ผมขยับตัวเล็กน้อยเพราะเกิดร้อนๆ หนาวๆ กะทันหันคิดว่ามันจะฉวยโอกาสอีก ทว่า...

โมเดลกันดั้ม ไม่สนแน่นะ

เฮ้ย! จริงดิ แกเอาเงินจากไหนไปซื้อของแพงขนาดนั้นวะ!!

ผมร้องและเงยหน้าขึ้นทันที อารมณ์ตื่นเต้นจึงลืมไปสนิทว่าหน้าปีศาจมันอยู่ระดับประชิดแบบที่แค่ขยับหน้าสักนิดปากก็ชนกัน แต่เหมือนกับรู้ในข้อนี้ดี เมฆจึงเบี่ยงหน้าออกเล็กน้อย... แค่เล็กน้อยจริงๆ

นายคิดว่าฉันเป็นอะไรล่ะ หือ

ว่าแล้วก็ยิ้ม เป็นยิ้มที่สาวไหนมาเห็นล่ะก็ระทดระทวยได้ง่ายๆ เลยล่ะ ขนาดผมยังเผลอใจเต้นไปหน่อย เฮ้ย! ไม่ใช่!! เพราะโมเดลกันดั้มต่างหาก!!!

เมฆยกหัวขึ้นในระดับปกติและหัวเราะแม้ว่าจะยังไม่ปล่อยคอผมก็เถอะ ช่างมัน! จะล๊อกคอจนไปถึงบ้านเลยก็ยอม จะให้อดเล่มเกมสักอาทิตย์ก็ได้ เพราะผมกำลังจะเป็นเจ้าของโมเดลกันดั้ม กันดั้มเชียวนะ!!

ผมตื่นเต้นจนแทบอยากวิ่งกลับบ้านซะเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ได้! ผมต้องแสดงให้มันเห็นว่าผมไม่อยากได้ของของคนแปลกหน้า ถึงไอ้คนแปลกหน้ามันจะหน้าตาดีและเป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ห้องเดียวกันมาสองวันแล้วก็ตาม

ไม่ต้องตื่นเต้น โมเดลไม่หายไปไหนหรอก เมฆว่าก่อนยิ้มอย่างรู้ทัน

คะ... ใครตื่นเต้น ฉะ... ฉันไม่ชอบรับของจากคนไม่สนิท รู้ไว้ซะ

งั้น นายจะไม่เอา?

เอาสิ!! ว่าแต่นายเถอะ ให้แล้วให้เลยนะเฟ้ย

เมฆปล่อยคอผมทันทีแล้วนั่งหัวเราะจนตัวงอ ไอ้บ้านี่! โดนรู้ทันแบบนี้ คนเขาก็เขินเป็นนะโว้ย

โอเคๆ เดี๋ยวรอให้ถนนปลอดคนก่อน ฉันจะพานายกลับบ้านแบบ ด่วนที่สุด เลยแล้วกัน

เหอ? ผมมองซ้ายมองขวา ข้างหน้าและ... เออ ข้างหลังมีคนเดินอยู่จริงด้วย

แล้วด่วนที่สุดที่นายว่า ยังไงเหรอ

เมฆยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน ก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยสองคำสั้นๆ แต่ทำให้ผมตื่นเต้นจนแทบลมใส่อีกรอบ

หายตัว

โอ้ว! สิ่งศักดิ์สิทธิ์! วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลย [~^o^]/


edit @ 2007/08/18 12:17:04
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ๊ สนุกดีค่ะ
แล้วจะตามอ่านนะ
#1  by  Blazx De Eyre© At 2007-08-16 18:36, 
หึหึหึหึ
หลงเข้ามาอีกคนแล้ว
กรั่กๆๆ
#2  by  คุณพู่ At 2007-08-16 23:06, 

<< Home