นานแล้วที่ผมไม่ได้กินข้าวเย็นอร่อยขนาดนี้
กับข้าวพื้นๆ เหมือนทุกวัน จะพิเศษขึ้นมาอีกหน่อยก็คือไก่ย่างห้าดาวกับน้ำจิ้มแจ่วที่ผมชอบ แต่สิ่งที่ทำให้อาหารเย็นวันนี้อร่อยกว่าชุด A COMBO สุดหรูที่โรงเรียนก็คือเสียงหัวเราะของแม่ ไม่ใช่ไม่เคย แต่แม่ผมไม่เคยหัวเราะเต็มเสียงขนาดนี้นับตั้งแต่พ่อตาย อย่างดีก็แค่ยิ้มกว้างหน่อย กับหึหึในลำคออีกไม่กี่ครั้ง
ขอบใจนายมากนะ
ผมบอกเมฆในตอนที่เราสองคนอยู่ในห้องนอนแล้ว ผมกำลังนั่งทำการบ้าน ส่วนหมอนั่นกลายร่างเป็นปีศาจและนอนกระดิกเท้าอยู่บนฟูก เมฆเลิกคิ้วแล้วยิ้มก่อนหันมาพูดกวนประสาท
นายว่าอะไรนะ
เปล่า ไม่มีอะไร ผมรีบเฉไฉเมื่อเห็นประกายตาวิบวับของเจ้านั่น ชิ! แกล้งกันชัดๆ
เมื่อกี้ฉันได้ยินนายบอกว่าขอบใจ
ก็รู้เหมือนกันนี่หว่า แล้วจะถามทำไม!
ผมเม้มปาก พยายามตั้งสติให้จดจ่ออยู่กับการบ้านแต่ก็พบว่ามันยากชะมัด สัญชาตญาณที่บอกว่าเจ้าปีศาจนั่นยังไม่ละสายตาไปไหนทำให้รู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวยังไงไม่รู้
เขินหรือไง เสียงปีศาจดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้รู้สึกว่ามันดังอยู่ข้างหู ผมเงยหน้าก่อนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเมื่อเห็นหน้าหล่อๆ เท้าคางกับโต๊ะเขียนหนังสือกำลังส่งยิ้มมาให้
ฉันไม่อยากได้คำขอบใจที่มีแต่คำพูดหรอก
ว่าพลางขยับร่างเข้ามาชิดและใช้แขนข้างหนึ่งรั้งตัวผมไว้ไม่ให้กระถดหนี หัวใจผมเต้นแรงจนแทบกระดอนมานอกอกเพราะตอนนี้เจ้านั่นกำลังโน้มตัวลงมาหาผมช้าๆ
มะ... ไม่ดีมั้ง ฉันกำลังทำการบ้านอยู่...
เดี๋ยวค่อยทำต่อก็ได้... เสียงของเมฆแผ่วเบา ตอนนี้ฉันอยากกินนาย
สัมผัสนุ่มลงมาประทับบนริมฝีปากก่อนที่สมองผมจะคิดหาข้ออ้างทัน ลิ้นของเมฆดุนดันเข้ามาเพื่อให้ปากผมเปิดอ้าและหลังจากนั้นคือความเร่าร้อนที่วิ่งพล่านไปมาในช่องปากจนสติแทบหลุดลอย แม้จะรู้ดีว่ามันคือพลังงานของตัวเอง แต่ความรู้สึกในตอนนี้มันช่างอบอุ่นอ่อนหวานจนไม่อยากให้คนตรงหน้ารีบผละไปไหน
ขอแค่รองท้องก่อน เดี๋ยวนายทำการบ้านไม่เสร็จแล้วจะโทษว่าเป็นเพราะฉัน
เมฆกระซิบพลางตบหัวผมเบาๆ สองสามครั้งแล้วขยับตัวขึ้นไปนอนบนฟูกต่อ ผมกระพริบตาปริบอย่างงงๆ
อ้าว ไม่ต่อแล้วเหรอ พูดจบก็เบิ่งตาค้างแล้วรีบสะบัดหน้าหนีจนคอแทบพลิกเพื่อหลบสายตาของเจ้าปีศาจที่จ้องเขม็งมา
โฮ... ไม่!! นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย!!
ไม่ต้องห่วงน่า นายทำการบ้านเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะขอบุญคุณคืนแบบทบต้นทบดอก รับรองว่านายได้นอนหมดแรงจนถึงพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ
คำพูดชวนคิดทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่น้ำเสียงติดตลกนั่นก็ทำให้ผมก้มหน้างุด เขินจัดจนไม่กล้าหันไปสบตา และไม่อยากรับรู้ด้วยว่าแววตาของเมฆที่มองผมตอนนี้มันอ่อนโยนแค่ไหน
แม่ครับ ผมไปเรียนก่อนนะ
เสียงสดใสที่แม้แต่ตัวเองยังแปลกใจคงสร้างความประหลาดใจให้แม่พอดู ถึงขนาดละจากหม้อแกงที่มีควันคลุ้งส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมาหาผมซึ่งนั่งใส่รองเท้าอยู่หน้าบ้าน ทว่าสิ่งที่คาดเดาไว้ก็ผิดหมดเมื่อแม่ยิ้มแล้วบอกว่า...
รออีกสักห้านาทีได้ไหมลูก แกงเผ็ดไก่ย่างจวนเสร็จแล้ว
หมายความว่าวันนี้แม่จะให้ผมแบกข้าวไปกินที่โรงเรียนนั่นเอง เฮ้ย!! ไม่เอา เด็กม.ปลายที่ไหนจะเอาข้าวไปกินที่โรงเรียนกันเล่า!!
ผมกลับมากินดีกว่าครับแม่ นะ... วันนี้ตอนเที่ยงผมอยากกินก๋วยเตี๋ยวไก่
ว่าแล้วก็แบมือเพื่อขอเงิน แม่ผมยิ้มก่อนส่งเงินให้สามสิบบาท เป็นไปได้ไง!! วันนี้แม่ให้เงินผมเพิ่มหรือเนี่ย!!
เหลือแล้วค่อยมาใส่กระปุกแล้วกันนะ วันก่อนเห็นเมฆบอกว่าซื้อกระปุกออมสินให้ลูกนี่
หน้าร้อนวูบทันใดเมื่อได้ยินชื่อนี้ ผมรีบก้มทำเป็นผูกเชือกรองเท้าเพื่อหลบหน้า กลัวแม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ... ช่วยไม่ได้จริงๆ นี่นา แค่นึกถึงสิ่งที่เจ้าปีศาจมันทำเมื่อคืนนี้แล้วก็ห้ามอาการเขินของตัวเองไว้ไม่ได้ ถึงจะแค่ทำเพื่อตอบแทนบุญคุณก็เถอะ
ใช่ แค่ตอบแทนบุญคุณ แล้วนับแต่วันนี้ผมคงไม่ยอมให้เจ้านั่นกินอีกง่ายๆ แล้วแน่นอน
เต้ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมหน้าแดง
อ๋อ เปล่าครับแม่ เอ่อ... คงเป็นเพราะกลิ่นแกงไก่น่ะครับ ผมไปก่อนนะฮะ
ความจริงผมไม่ต้องลุกลี้ลุกลนออกมาจากบ้านเพราะแม่รีบวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อดูหม้อแกง แต่นะ... ถ้าผมไม่รีบ ผมอาจต้องเจอใคร... เอ๊ย ผมอาจจะไปโรงเรียนสายก็ได้
เดินมาได้สักพักก็แหงนคอมองชั้นสอง ตอนที่ผมลงมาเมฆยังนอนอยู่ ใบหน้าคมคายเวลาหลับของหมอนั่นดูดีจนไม่อยากเชื่อ โว้ย!! นี่ผมคิดบ้าอะไรเนี่ย ไม่คิด ไม่คิด!!!
บ่นงึมงำอะไรอยู่วะ ไอ้เต้
คำทักทายที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดเพราะคนทักเล่นเอากระเป๋าฟาดลงมาที่กลางหลัง ถึงไม่รุนแรงนักแต่ก็ทำให้หลังผมแทบแอ่นไปตามปริมาณหนังสือที่เบียดกันอยู่ข้างใน ขณะที่ผมนึกอยากเหวี่ยงกระเป๋าตัวเองไปตบกบาลไอ้กั้งเพื่อตอบแทนการทักทายอย่างเป็นกันเอง มันก็รีบเผ่นแผล็วออกนอกระยะวงสวิงราวกับนกรู้
ประหลาดดีที่วันนี้แกมาเช้า
น้อยหน่อย ข้าไม่เคยมาสายเกินเวลาเข้าแถวเคารพธงชาตินะเว้ย
กั้งหัวเราะแล้วขยับเข้ามาใกล้ เหลือบมองกระเป๋าผมก่อนขยับตัวไปอีกทาง ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็นทิศที่ผมไม่สามารถเหวี่ยงกระเป๋าได้อย่างถนัดนั่นเอง
ข้าก็นึกว่าแกกลัวพวกไอ้หนึ่ง เมื่อวานนี้สายตามันทำข้าสยองเลยว่ะ
เหอะ!! ข้าน่ะรึจะกลัวไอ้คุณชายนั่น แค่ผวาไปนิดเดียวเอง ไม่ใช่กลัวสักหน่อย
ทำพูดดีไป ข้าก็ไม่รู้ว่ามันวางแผนแกล้งอะไรแกอีก อย่างเมื่อวานซืนนี้ก็เห็นมันเดินตามหลังแกต้อยๆ ข้ากลัวว่ามันจะหาพวกมาดักเล่นงานแกอีกน่ะสิ
เฮ้ย!! คิดอะไรบ้าๆ นอกจากไอ้แย้กับไอ้ทัน หนึ่งมันไม่เคยพาพวกมารุมกระทืบข้านะเว้ย
กันไว้ดีกว่าแก้น่า กั้งจ้องหน้าผม ใครจะไปรู้ใจมันล่ะ เขาถึงว่าจิตใจมนุษย์ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง
ผมเหลือกตาขึ้นฟ้ากับสำนวนแปลกๆ ของเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่รู้เอาไปโยงกับคนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่างหนึ่งได้ยังไง กั้งกับผมใช่ว่าสนิทกันมากเพราะเวลาเกิดเรื่องมันจะรีบหายหัวไปทุกที แต่ผมไม่โทษมันหรอกเพราะตัวมันเตี้ยกว่าผมด้วยซ้ำแถมผิวดำรูปร่างก็เล็กแกร็น ผมทรงกะลาครอบสวมแว่นตากรอบบางใสบอกยี่ห้อเด็กเรียน ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ผมว่าตัวเองยังดูสมชายมากกว่ากั้งเลย
เมื่อวานข้าไปซื้อ PS2 ในตลาดมาว่ะ นอกจากลดราคาแล้วยังแถมแผ่นเกมตั้ง 5 แผ่น
เหรอ ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ ต่อให้ลดราคาถูกแค่ไหนผมก็ไม่มีปัญญาเป็นเจ้าของหรอก
แค่สี่พันกว่าเอง ถึงตอนนี้ PS2 มันตกยุคแล้วแต่คุณภาพยังแจ่มอยู่ เมื่อวานข้าเล่นเกมฟุตบอล สุดยอดเลยว่ะ
อืม ตอบรับอย่างขอไปที ความจริงกั้งก็รู้นะว่าสภาพบ้านผมไม่เอื้อที่จะให้ซื้อของแพงและไร้สาระพวกนี้ แต่ยังมาพูดให้อิจฉาเล่นอีก อย่างนี้มันจะน่าคบไหมเนี่ย
ให้แกยืมเล่นเอาป่ะ เย็นนี้ไปเล่นที่บ้านข้ากัน
เต้มันไปบ้านแกไม่ได้หรอกไอ้แห้ง วันนี้มันต้องไปประชุมที่บ้านข้าเรื่องงานวิทยาศาสตร์
เสียงห้าวดุดังขึ้นด้านหลังทำให้ผมและกั้งถึงกับสะดุ้งโหยง ร่างสูงทะมึนที่จ้องมาอย่างกราดเกรี้ยวทำให้ผมกลืนน้ำลายและก้าวถอยหนีโดยอัตโนมัติ ทว่าหนึ่งกลับโอบรอบคอผมไว้พร้อมกับไอ้กั้งที่ยืนตัวสั่น ส่งเสียงคำรามลอดไรฟันแต่ฟังแล้วหัวแทบโกร๋น สยองกว่าเจอจูออนซะอีก
อย่าสะเออะลากคนของข้าไปไหนมาไหนโดยที่ข้าไม่ได้รับอนุญาต ส่วนแก... ไอ้เต้ วันนี้แกต้องไปบ้านข้าไม่งั้นข้าจะจับแกยัดลงคอห่านแน่
ว่าจบก็ดึงคอเสื้อไอ้แห้งทั้งสองแล้วออกแรงผลักไปทางด้านหลัง ผมโชคดีหน่อยที่ยันตัวไว้ได้ส่วนกั้งไถลลงไปในหลุมอุกาบาตเรียบร้อยแล้ว
มันเป็นบ้าอะไรแต่เช้าวะ เฮ้ย! กั้ง เป็นไงมั่ง
ผมสบถหลังจากหนึ่งเดินไปไกลแล้วก่อนมองดูถุงเท้าเพื่อนที่เลอะน้ำจากดินถมถนน แต่นับว่ายังโชคดีที่กั้งไม่มีแผลอะไร ถึงอย่างนั้นเมื่อมันก้มดูสภาพตัวเองแล้วทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมก็ถอนหายใจพลางตบไหล่เพื่อนเบาๆ
แกโชคดีที่ยังจบแค่ถุงเท้า เมื่อก่อนข้าโดนทั้งตัว
กั้งปัดมือผมที่จับไหล่ออกแล้วเดินหนีไปไม่พูดไม่จา มันคงเคืองผมนั่นแหละที่พาให้มันโดนลูกหลงไปด้วย
อารมณ์ของหนึ่งยังคงไม่ดีตลอดทั้งวัน ดูเหมือนมันจะระรานคนทั้งห้องได้ทั้งที่บางคนแค่เดินผ่านเพื่อเอาขยะไปทิ้ง ยัยสามสาวก็ดูเกร็งๆ ส่วนผมได้แต่นั่งนิ่งอยู่กับโต๊ะไม่กล้าขยับ อาจเป็นเพราะเมื่อวานนี้ข้อสรุปเรื่องผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ผลก็ได้
เต้ กลุ่มนายใครเป็นหัวหน้า
เกริกเกียรติ หัวหน้าห้องเดินเข้ามาถาม คงเพราะเขาจะทวงงานวิทยาศาสตร์ของกลุ่มผมนั่นแหละ แต่ไอ้หนึ่งกลับตะโกนข้ามโต๊ะมาทั้งที่ผมยังไม่ทันอ้าปาก
ไปถามขี้ข้าอย่างมันคิดว่าจะได้เรื่องหรือไง สงสัยอะไรมาถามข้านี่ไอ้เกริก
หัวหน้าห้องพยักหน้าเหมือนรับรู้แล้วเดินเข้าไปหา แต่ก็หยุดยืนอยู่ในระยะที่ห่างไกลรัศมีบาทาและหากเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมเผ่นได้ทันท่วงที เอ่อ... นี่ไม่ใช่การ์ตูนตาหวานนะครับหัวหน้าห้องถึงได้หล่อเทพเก่งเทพ มันก็คนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกงนี่แหละ ถึงเกริกจะจัดได้ว่าสูงและหน้าตาพอดูได้ แต่สิวประปรายที่ใบหน้ากับแว่นตากลมกรอบบางนั่นเทียบไม่ได้เลยกับความคมคายแต่เนียนเด้ง จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าหนึ่งมันแอบใช้ครีมประทินผิวของคุณนายกิมลั้งหรือเปล่า
พรุ่งนี้เช้าข้าจะส่งให้ เพราะมีไอ้บางตัวไม่ยอมให้ความร่วมมือ
น่าน... โยนความผิดกันได้หน้าตาเฉย
ผมจำต้องก้มหน้าเพื่อสะกดตัวเองไม่ให้หันไปจ้องหรือหาอะไรขว้างใส่ปากมอมๆ ของไอ้หนึ่ง แต่ตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นสายตาของกลุ่มยัยปูที่มองมาทางผมแล้วเบะปากเหยียด
หวังว่าวันนี้คงไปได้นะยะ
คำพูดประชดของใครคนหนึ่งในกลุ่มยัยสามสาวทำให้ผมต้องพยักหน้าอย่างยอมจำนน แต่ในใจยังภาวนาว่าขอให้เย็นนี้เมฆมารับผมด้วยเถอะ
แต่มันก็ไม่มา...
หลังเลิกเรียนกลุ่มของผมก็ออกมายืนออกันหน้าประตูเพื่อรอรถที่ทางบ้านหนึ่งส่งมารับ ส่วนผมชะเง้อคอมองไปตามมุมตึกโดยหวังว่าใครบางคนอาจยืนแอบซ่อนตัวอยู่ นึกอยากจะเดินไปดูในร้านค้าใกล้ๆ แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อ CRV เคลื่อนมาจอดตรงหน้า หนึ่งพยักพเยิดให้สองสาวนั่งข้างคนขับพลางดึงคอเสื้อผมโยนเข้าไปในรถแล้วก้าวตามเข้ามา ส่วนแย้กับทันรั้งท้าย
ขอฉันโทรไปบอกที่บ้านก่อนได้ไหม
หนึ่งมองผมด้วยแววตาเหมือนอยากฆ่าให้ตายตรงนั้นก่อนส่งมือถือของมันให้ แม้ไม่อยากเชื่อว่ามันจะใจกว้างให้ยืมโทรศัพท์แต่ผมก็ไม่มีเวลาลังเลนัก โดยเฉพาะตอนที่สองตาแวววาวนั่นหรี่ลงจนดูเหมือนนายปีศาจที่บ้านเข้าไปทุกที
หนึ่ง เดี๋ยวฉันขอยืมบ้างนะ ฉันเองก็ลืมโทรบอกที่บ้านเหมือนกัน รุ้งตะโกนบอกมาจากทางด้านหน้า คงเพราะเห็นว่าหนึ่งให้ผมยืมโทรศัพท์ แต่มันกลับตะคอกใส่
ใครใช้ให้พูดแทรก!! คนกำลังคุยโทรศัพท์หัดมีมารยาทบ้างสิ แล้วทำไมเธอไม่รู้จักเตรียมตัวทั้งที่ฉันก็บอกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว หา!!!
ทั้งรถต่างเข้าสู่ความเงียบเมื่อเจอฤทธิ์ของคุณชายเจ้าอารมณ์ เหลือเพียงเสียงของผมที่คุยโทรศัพท์กับแม่เท่านั้น
ครับแม่ ผมยังไม่รู้จะกลับกี่โมงแต่คิดว่าไม่ดึกหรอกฮะ หือ จะให้เมฆมารับเหรอ?
ถึงประโยคนี้โทรศัพท์ก็ถูกดึงจากมือไปทันที ผมมองหนึ่งอย่างหวาดๆ กลัวว่ามันจะพูดไม่ดีกับแม่ (คาดเดาจากสีหน้าที่กลายเป็นยักษ์ไปเรียบร้อยแล้ว) ทว่าเสียงที่เอ่ยออกมากลับระรื่นหูอย่างน่าใจหาย
ไม่ต้องหรอกฮะคุณน้า เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่งเต้ที่บ้านเอง แล้วจากนั้นมันก็เงียบไปสักพักก่อนน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจะทำให้ผมตัวชาวาบ
ฉันจะพาน้องนายกลับไปส่งด้วยอาการครบสามสิบสอง ถ้ามันไม่กวนโทโสฉันมากไปกว่านี้นะ
แล้วมันก็ปิดเครื่องฉับ จับมือถือยัดลงกระเป๋าเสื้อแล้วหันมาตะคอกใส่ผม
แค่ไปทำกิจกรรมกลุ่มที่บ้านเพื่อนนี่ต้องวุ่นวายกันถึงขนาดยกทั้งครอบครัวมาสั่งเสียเลยรึไง แล้วแค่ข้าวมื้อสองมื้อนี่พูดอย่างกับฉันจะไม่มีปัญญาเลี้ยงแกงั้นแหละ!!
ไม่ได้คิดว่าไม่มีปัญญา แต่คิดว่าแกจะแกล้งให้ฉันอดข้าวมากกว่าต่างหากเล่า
คิดแล้วก็นึกถึงเรื่องเมื่อปีก่อนที่เจ้าสามคนนี่แย่งเงินผมไปจนหมด ทำให้ผมต้องอดข้าวกลางวันอย่างน้อยเดือนละสามหน เออ... จะว่าไปแล้วจำนวนเงินที่หนึ่งมันเอาไปน่ะพอซื้อชุด A COMBO ได้ตั้งหลายมื้อนี่หว่า
งั้นที่มันเลี้ยงข้าวผมเมื่อวานก็ไม่ถือเป็นบุญคุณสินะ
ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเพราะไม่อยากเสวนากับคุณชายอารมณ์ร้าย แต่กระจกใสยังพอให้เห็นสายตาอาฆาตที่ส่งตรงมายังผมโดยเฉพาะ
แม่สองสาวนั่น!
หวังเหลือเกินว่าไปบ้านหนึ่งหนนี้คงไม่มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นนะ
CRV คันโก้เลี้ยวเข้าไปในบริเวณบ้าน เอ๊ย ไม่ใช่สิ เรียกคฤหาสน์ถึงจะถูก ผมก็อธิบายไม่ถูกหรอกครับว่าขนาดมันใหญ่โตโอเว่อร์มากแค่ไหน เอาเป็นว่าคฤหาสน์พวกเศรษฐีในละครน้ำเน่าหลังข่าวน่ะ เทียบไม่ติดแม้หนึ่งในสิบของบ้านไอ้หนึ่งเลย
แม่ล่ะ หนึ่งหันไปถามเด็กรับใช้ซึ่งยังเป็นสาวรุ่นที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา เท่าที่ดูแล้วเธอน่าจะอายุมากกว่าพวกผมไม่กี่ปี
คุณนายไปงานเลี้ยงค่ะ เห็นว่าคืนนี้คงกลับดึก
ผมคิดไปเองหรือเปล่านะที่เห็นแม่นี่ชม้ายชายตามองไอ้หนึ่งอย่างมีความหมาย สองสาวน่ารักของห้องก็ทำท่าไม่พอใจ แต่คุณชายเนื้อหอมกลับเดินลิ่วเข้าบ้านหน้าตาเฉย
คุณภาค คุณภาค!!
หนึ่งตะโกนลั่นทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้าน ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศลอยมากระทบจนผมรู้สึกหนาวสะท้านและกลั้นจามเอาไว้ไม่ได้ หลังจากฮัดเช้ยไปสองครั้ง ผมก็ได้ยินเสียงยัยปูลอยมา
แค่แอร์เย็นนิดเย็นหน่อยก็จามแล้ว เบื่อพวกเด็กสลัมจริงๆ
ดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่ผมที่ได้ยิน ทั้งทันกับแย้ต่างหันมองเจ้าหล่อนเป็นตาเดียวแต่หลังจากนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจ ยัยบ้าเอ๊ย! ถ้าผมเป็นผู้หญิงล่ะก็ ยายนี่ต้องโดนต่อยแน่ๆ
รู้สึกว่าแม่บ้านจะทำข้าวต้มทะเลไว้ แต่เอาเป็นว่าฉันสั่งพิซซ่าเลี้ยงพวกนายแทนแล้วกัน หนึ่งหันมาบอกหลังจากพูดอะไรบางอย่างกับชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐาน และเขายังยืนยิ้มอยู่ข้างกายเจ้านายผู้อ่อนวัยกว่าโดยไม่ขยับไปไหน
ดีสิ ฉันอยากกินขอบไส้กรอกชีส ยัยปูพูดด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊า ก่อนทำหน้าจ๋อยลงทันควันเมื่อหนึ่งบอกเสียงเย็น
โรงแรมที่ฉันสั่งพิซซ่ากินประจำไม่มีประเภทที่เธอว่าหรอกนะ
หลังจากที่สั่งของกินเสร็จมันก็เดินนำพวกผมขึ้นไปชั้นสอง ผมพยายามจดจำทางให้ได้มากที่สุดเผื่อว่าถ้าเกิดต้องไปเข้าห้องน้ำจะได้ไม่หลงทางตายในบ้านหลังนี้ แต่ดูเหมือนหนทางจะไม่เลวร้ายตามคาด เมื่อขึ้นบันไดแล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงเข้ามาอีกหน่อย หนึ่งก็หยุดอยู่หน้าห้องที่เป็นประตูไม้แกะสลักลวดลายเถากุหลาบ
ทันทีที่ประตูเปิดออก ผมก็เกิดความรู้สึกเหมือนก้าวเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง ห้องที่หนึ่งพาเข้ามานี้ใหญ่กว่าตัวบ้านผมซะอีก ม่านสีน้ำเงินดิ้นทองขนาดใหญ่กางปกปิดหน้าต่างทุกบานราวต้องการแบ่งแยกความวุ่นวายจากภายนอกกับความสงบเงียบของบ้านนี้ ทีวีพลาสม่าบางเฉียบเครื่องเบ้อเร่อแขวนอยู่ตรงผนังและถัดลงมาคือชั้นวาง CD จำนวนมหาศาล โซฟายาวสีน้ำเงินลวดลายเข้ากับผ้าม่านดูหรูหราจนผมนึกไม่อยากนั่ง แต่ทันกับแย้กลับนอนเอกเขนกยกขาพาดโต๊ะรับแขกกระจกอย่างสบายอุราเหมือนอยู่คฤหาสน์หลังนี้มาทั้งชีวิต ส่วนสองสาวพุ่งไปที่ชั้นวาง CD เพื่อเลือกหนังที่ตนต้องการ
แกจะยืนหาสวรรค์วิมานอะไร นั่งสิ
ผมนั่งแปะลงกับพื้นทันทีเมื่อสิ้นเสียงสั่งของเจ้าหนึ่ง ยัยปูกับยัยรุ้งที่หันมาเห็นพอดีก็พร้อมใจกันหัวเราะ ส่วนทันกับแย้ยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยาม
โซฟามันจะกัดแกรึไงถ้านั่งบนนั้น เออ... ช่างมันเหอะ พวกนายคุยกันไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันมา
แล้วหนึ่งก็เดินออกจากห้องหน้าตาเฉย ผมเดาเอาว่ามันคงเปิดโอกาสให้ยัยสองสาวกับเพื่อนซี้ของมันดูถูกผมได้อย่างเต็มที่ เพราะทันทีที่เสียงประตูปิด ยัยรุ้งก็เริ่มเปิดศึก
ฉันรำคาญพวกเด็กสลัมที่ไม่รู้จักกาลเทศะซะจริง แต่อย่างว่าแหละ นั่งบนพื้นก็เหมาะกับนาย
ผมนั่งกอดเข่ามองไปรอบห้องพยายามไม่สนใจคำพูดถากถาง ผมไม่ใช่ผู้หญิงนี่ถึงต้องมานั่งจุกจิก แม้จะรำคาญยัยนกกระจิบพวกนี้มากแค่ไหนก็ต้องอดทนเข้าไว้
เพราะนายนั่นแหละ ทำให้หนึ่งอารมณ์เสีย ยายปูร่วมผสมโรง ฮ่วย! นี่ผมชักหงุดหงิดจริงๆ แล้วนะนี่
แล้วทำไมยังหาข้อสรุปอีกไม่ได้ล่ะ ก็ไหนว่าจะทำกล่องปริศนากันไม่ใช่เหรอ ผมหันไปถามพวกผู้ชายที่ท่าทางจะเอาน้ำเอาแก๊สมากกว่า อีกอย่างคือไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิงให้วุ่นวาย แย้มองผมด้วยหางตาก่อนยักไหล่แล้วตอบ
หนึ่งมันเห็นด้วยเรื่องที่ว่าจะใช้หนู มันบอกไอเดียที่จะดึงคนมาเข้าชมก็เข้าท่าดี
อ้าว แล้วจะประชุมกันอีกทำไม
เห็นบอกว่าอยากให้เป็นเอกฉันท์อะไรนี่แหละ เพราะยัยสองคนนั่นไม่ยอม บอกว่าหนูมันน่าขยะแขยง คำพูดของทันทำให้ผมขมวดคิ้ว
คนอย่างไอ้หนึ่งเนี่ยนะยอมฟังคำพูดของคนอื่น ในเมื่อมันเผด็จการจะตายชัก
แล้วพะ... พวกนาย... ฮะ... ฮัดเช้ย!!
จามอีกครั้งแล้วหันมาถาม แต่คราวนี้แย้กระโดดหนีไปทางโซฟาอีกตัว ทำท่าเหมือนผมเป็นตัวเชื้อโรคอย่างงั้นแหละ
เดี๋ยวหนึ่งมันมานายก็ถามมันเองแล้วกัน ฉันขี้เกียจตอบ
ว่าจบ คนที่เพิ่งถูกเอ่ยชื่อก็เข้ามาพอดี ในมือมันถืออะไรบางอย่างเข้ามาด้วย แต่...
เฮ้ย! เดี๋ยวสิ ถ้าผมมองไม่ผิดนั่นมัน PS2!!
edit @ 2007/09/20 12:16:05