2007/Sep/20

ไหนนายว่าซื้อ PS3 มาแล้วไง ทันว่าพลางกระโดดไปรับเครื่องซึ่งคุณชายก็ยอมยื่นให้แต่ไม่วายบ่นกระปอดกระแปด

ขี้เกียจถอดน่ะ ยุ่งยาก เล่นไอ้นี่ไปก่อนแล้วกัน

โหย... พวกเราอยากดูหนังอ่ะ หนึ่ง เสียงหงุงหงิงของแม่สองสาวดังขึ้นจนผมนึกอยากตีกบาลตัวเอง นี่พวกมันลืมไปแล้วหรือไงว่าต้องประชุมหาข้อสรุปเรื่องกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์น่ะ

อยากดูก็กลับไปดูที่บ้านสิ แต่ห้ามหยิบแผ่นหนังออกไปจากห้องนี้เด็ดขาด แม่ฉันไม่ชอบให้ใครไปยุ่มย่ามกับของๆ ท่าน 

สองสาวหน้าสลดลงจนผมนึกสงสาร เอ๊ย ไม่ใช่สิ!! ถ้าพวกมันมาเพื่อเล่นเกม แล้วจะลากผมมาด้วยทำไม

เดี๋ยวสิ พวกนายจะไม่ประชุมเรื่องงานวิทยาศาสตร์ก่อนหรือไง

เหมือนเพิ่งถูกตีแสกหน้าให้ได้สติ (ล่ะมั้ง) ทุกคนต่างเงียบกริบและมองผมเป็นตาเดียวแต่ก็แค่ชั่วครู่ เพราะหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีพวกหนึ่งก็หันไปให้ความสนใจกับเกมต่อ

ฉันส่งเรื่องไปให้ไอ้เกริกตั้งแต่ก่อนโรงเรียนเลิกแล้วว่าจะใช้หัวข้อพลังงานจากหนูถีบจักร

อ้าว แล้วแกจะนัดประชุมทำบ้าอะไร

พูดแล้วก็ต้องชำเลืองไปทางสองสาวโดยอัตโนมัติ ทั้งปูและรุ้งต่างทำหน้าขยะแขยงอย่างไม่ปิดบัง ส่วนแย้กับทันเข้าไปอยู่ในโลกของเกมเรียบร้อยแล้ว

ว่าจะแบ่งงาน แต่พอดีเกมที่สั่งไปเพิ่งมาส่งเลยเอาไว้ก่อน

ผมถอนหายใจกับคำตอบของลูกชายคุณนายกิมลั้งพลางลุกขึ้นยืน งั้นฉันกลับบ้านก่อนแล้วกัน

หนึ่งไม่ตอบ มันทำท่าราวกับว่าผมไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ เออ! ช่างมันเหอะ จะว่าไปมันทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับผมนี่ แถมบางทีที่เรียกผมมานี่อาจเป็นเพราะอยากแกล้งให้ผมเดินกลับบ้านในระยะทางไกลขึ้นกว่าเดิมก็ได้

แต่เมื่อไปถึงประตู เกม RPG ที่ผมเคยเห็นตัวอย่างในร้านเกมเจ้าประจำก็ขึ้น INTRO ส่วนก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลัก ผมยืนตะลึงค้างจ้องงาน CG ระดับเทพซึ่งงามหยดย้อยตรึงสายตาไม่ให้ละไปไหน วูบหนึ่ง ผมนึกอยากเล่นเกมนี้ขึ้นมากะทันหันทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยคิดพิสมัยเกมแนวนี้เลยแม้แต่น้อย

สวยจังเลย ฉันเล่นด้วยคนนะหนึ่ง

รอยยิ้มหวานราวกับเป็นคำตอบให้ยัยปูคนสวย แต่หลังจากนั้นแววตากรุ้มกริ่มพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาเมื่อมองมาทางผม วินาทีนั้นเองปริศนาทุกอย่างก็ไขกระจ่าง มันไม่มีอะไรมากนอกจากเป็นแค่แผนการเรียกผมมาเยาะเย้ยนั่นเอง!!

ผมออกไปนอกห้องและทำท่าจะปิดประตูอย่างแรงเพื่อระบายโทสะ แต่เมื่อเห็นลวดลายบนไม้ซึ่งค่าแกะสลักคงแพงกว่าบ้านผมทั้งหลังแล้วก็เกิดเปลี่ยนใจค่อยๆ ปิดมันอย่างนุ่มนวลก่อนหันหลังเพื่อหาทางออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้โดยเร็วที่สุด

แล้วบันไดมันอยู่ตรงไหนล่ะ?

จำได้ว่าเดินตรงมาอีกนิดก็เจอแล้ว ไม่สิ... มันต้องเลี้ยวซ้ายหนนึงก่อน... ใช่หรือเปล่าหว่า...

ว่าแต่ห้องที่มีประตูลายเถากุหลาบนั่นไม่ได้มีแค่ห้องเดียวหรือไง?

ผมเริ่มหันรีหันขวางเมื่อเลี้ยวมาตรงทางเดินด้านตรงข้ามแล้วพบห้องที่มีลวดลายตรงประตูเป็นเถากุหลาบอีกแล้ว โอ๊ย! อยากจะบ้า นี่ถ้าผมต้องมาหลงทางตายอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้คงน่าสมเพชพิลึก!!

เดินไปเดินมาชักเมื่อยและที่สำคัญอากาศเย็นๆ เหมือนอยู่ขั้วโลกมันทำให้ผมเกิดอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา โธ่เว้ย! ทำไมผมต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้เนี่ย!!!

ผมร้องโวยวายอยู่ในใจแล้วดึงทึ้งผมตัวเองราวคนบ้าเพื่อระบายความเครียด ก่อนทรุดนั่งลงบนพื้นพรมตรงนั้นอย่างหมดเรี่ยวแรง คิดไปเองหรือเปล่านะว่าแอร์มันเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ

นั่งทำบ้าอะไรตรงนี้

น้ำเสียงเยาะคุ้นหูทำให้ผมเงยหน้าขึ้น เห็นคุณชายเจ้าของบ้านยืนกอดอกเต๊ะท่าวางมาดได้อย่างน่าถีบ ทว่าขอผมเข้าห้องน้ำก่อนแล้วค่อยออกมาเตะมันสักป้าบก็ยังไม่สายมั้ง

ห้องน้ำอยู่ไหน

หนึ่งเลิกคิ้วกับคำถามก่อนเกาหัวตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนรำคาญเต็มที

เมื่อกี้ก็ไม่รู้จักเข้า ห้องนั้นก็มีห้องน้ำ

ใครจะไปรู้วะ ไม่ใช่บ้านฉันนี่หว่า 

คำยอกย้อนของผมทำให้คุณชายกอดอกวางมาดอีกครั้ง รอยยิ้มไม่น่าดูแย้มพรายบนใบหน้าคมก่อนเจ้าของจะถากถางผมด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

งั้นแกก็หาทางกลับไปห้องนั้นเองแล้วกัน หรือจะฉี่มันตรงนี้ก็ได้นะ ฉันไม่ว่า

แล้วถ้าฉันไม่ได้แค่ฉี่ล่ะ ผมเชิดหน้าอย่างท้าทาย ไม่รู้เลยว่าการทำแบบนั้นจะยิ่งดันตัวเองให้เข้าสู่จุดอับ

ก็เอาสิ ถ้าแกกล้าเสนอมาฉันก็กล้าสนองล่ะวะ แล้วหลังจากนี้ก็เตรียมใจเปลี่ยนฉายาได้เลย

รอยยิ้มเยาะของคนเหนือกว่ายิ่งกว้างขึ้นจนผมต้องเม้มปาก... ก็ได้! งวดนี้ยอมให้ แต่ฝากไว้ก่อนเถอะ!!

แล้วห้องน้ำอยู่ไหน

หนึ่งทำเสียงหึ! ในลำคอก่อนหันหลังพยักพเยิดให้เดินตามมันไป ไม่นานผมก็มาหยุดตรงหน้าห้องที่อยู่ลึกเข้าไปเกือบด้านในสุดและไม่มีลวดลายเถากุหลาบอยู่บนบานประตู แต่ความโอ่อ่าของห้องนี้ก็ทำให้ผมตกตะลึงจนต้องอ้าปากค้างได้ไม่แพ้ห้องแรก

ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น เร็วๆ หน่อยล่ะ ฉันจะอาบน้ำ ว่าพลางชี้ไปทางประตูสีครีมอ่อนที่เหมือนอยู่ไกลลิบ ผมรีบพุ่งไปยังทิศทางที่หนึ่งบอกเพราะเริ่มอั้นไม่ไหว แต่เมื่อผลักประตูเข้าไปภาพที่เห็นก็ทำให้ต้องอ้าปากค้างอีกรอบ

ห้องน้ำหรือสระว่ายน้ำวะเนี่ย!!

ถ้าไม่สังเกตกำแพงกระจกกั้นระหว่างสุขากับสิ่งที่ดูคล้ายอ่างอาบน้ำ ผมก็คงนึกว่าตัวเองหลงเข้ามาอยู่ในสปอร์ตคลับ แต่เมื่อมองให้ดีแล้ว สระสี่เหลี่ยมนั่นก็ยังเล็กกว่าสระว่ายน้ำทั่วไปอีกโขเลย

ยืนเซ่ออยู่ได้ จะเข้าหรือไม่เข้า!!

เสียงเร่งทำให้ผมรีบปิดประตูเพื่อทำธุระส่วนตัว แต่นะ... หรูหราซะขนาดนี้แล้วผมจะใช้สุขาอย่างสุโขได้ยังไง

เอ่อ... หาข้ออ้างไปอย่างนั้นแหละ พอเอาเข้าจริงต่อให้ตรงหน้าเป็นชักโครกทองคำ มนุษย์ก็ฝืนกฎธรรมชาติไม่ได้หรอกครับ

หลังจากเสร็จธุระผมก็มายืนอยู่ในห้องใหญ่ หนึ่งสั่งให้ผมรออยู่ก่อนจนกว่ามันจะอาบน้ำเสร็จ ผมจึงฉวยโอกาสสำรวจห้องหรูหราที่แน่ใจเกือบพันเปอร์เซ็นต์ว่ามันคือห้องนอนของคุณชายตลาดสด อ้อ... ไม่ใช่เพราะแลปท็อปหรือกระเป๋านักเรียนบนโต๊ะหนังสือขนาดยักษ์นั่นหรอกครับที่ทำให้ฟันธงได้ แต่เป็นเจ้า PS3 ที่เสียบติดกับทีวีพลาสม่าจอแบนแบบตั้งพื้นขนาดพอๆ กับห้องที่ผมเพิ่งจากมาเมื่อกี้มากกว่า

ว่าแต่... ทำไมบ้านนี้ถึงได้เปิดแอร์แรงนักนะ ข้างนอกเขารณรงค์เรื่องโลกร้อนกันโครมๆ ชอบทำอะไรสวนกระแสจริงๆ เลยพับผ่า

ผมลูบต้นแขนพลางมองไปรอบห้องว่าเครื่องปรับอากาศมันอยู่ตรงไหนแต่ก็เหลว ความจริงถึงไม่ซ่อนไว้ผมก็ไม่คิดจะไปจุ้นจ้านหรอก ที่มองหาเพราะอยากจะหลบไอเย็นซึ่งทำให้ขนลุกขนชันอยู่เนี่ย

ฮัดเช้ย!!

โอย... หนาวจนจะแข็งตายอยู่แล้ว และไอ้บ้านั่นจะอาบน้ำเผื่อถึงปีหน้าเลยหรือไง

หนึ่ง แกจมน้ำตายหรือยังฉันจะได้เรียกปอเต็กตึ้ง

ปากเสีย เดี๋ยวฉันออกไป!!

จากระยะห้องน้ำกับตรงที่ผมนั่งชันเข่าคุดคู้อยู่นี่ก็น่าจะเกินเจ็ดเมตร แต่ผมยังได้ยินเสียงตะโกนของไอ้หนึ่งชัดแจ๋ว เพิ่งรู้นะเนี่ยว่านอกจากหลอดเสียงจะดีแล้วหูยังดีอีก มิน่าล่ะมันถึงได้ขี้โวยวายนัก

สักพักหนึ่งก็ออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายสมส่วนปกปิดด้วยชุดคลุมอาบน้ำที่ดูเหมือนทำมาจากขนแกะสีขาว บนหัวเปียกชื้นนั่นก็มีผ้าขนหนูผืนเล็กๆ โปะไว้ ผมชักสงสัยแล้วว่ามันเกิดที่ขั้วโลกเหนือรึไง หนาวขนาดนี้ยังแต่งตัวแบบนั้นได้อยู่อีก

แล้วแกไปซุกอะไรตรงนั้น ว่าพลางนั่งลงบนเตียงและเอาผ้าขนหนูขยี้หัว แต่สองคิ้วของหนึ่งขมวดกันจนแทบเอาไปใช้แทนโบว์ได้ ทำไมล่ะ! ไอ้การมาคุดคู้อยู่ในซอกโต๊ะเขียนหนังสือเพราะอยากหลบไอเย็นของเครื่องปรับอากาศมันผิดมากนักหรือไง

หนาว อยากตอบแบบที่ใจคิดนะครับแต่ไม่กล้าพอ เพราะสองตาเจ้าปัญหาของผมดันเหลือบไปเห็นแผงอกแน่นๆ อย่างกับคนเล่นกล้าม เวลามันไม่ได้อยู่ในชุดนักเรียนแล้วตัวใหญ่มากจริงๆ

ไปขดตรงนั้นแล้วมันจะหายหนาวไหมวะ แทนที่จะมาห่มผ้าห่มตรงนี้ ไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย!!

ใครจะไปตรัสรู้ล่ะวะ เดี๋ยวเกิดมาบอกว่า ใครใช้ให้แกมาซุกบนเตียงข้า เดี๋ยวกลิ่นสาบคนจนติดมาแกจะมีปัญญารับผิดชอบไหม แล้วทำไงล่ะ

มานี่!!

เสียงตะคอกทำให้ผมสะดุ้งโหยง... ซวยแล้ว! หรือมันจะมีความสามารถพิเศษเหมือนไอ้เมฆที่อ่านใจผมออก ตายสิครับ งานนี้ผมตายแน่ๆ

บอกให้มานี่ จะมาดีๆ หรือต้องให้ไป... ลากมา หา!!

เงียบไปสักพักแล้วก็โวยวายขึ้นมาอีก ช่างสมกับเป็นคุณชายเจ้าอารมณ์จริงๆ แฮะ แต่เอาน่ะ... อย่างน้อยมันก็ไม่ได้อ่านใจได้อย่างที่ผมนึกกลัว จะว่าไปแล้วแค่ได้ยินเสียงแว้ดๆ นั่นก็ปวดหัวจนไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วล่ะ

ผมถอนหายใจขณะคลานออกจากซอกโต๊ะ คงเพราะขดอยู่นานเกินไปถึงได้รู้สึกเมื่อยเนื้อตัวอย่างบอกไม่ถูก หนึ่งลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ปล่อยให้ผมจัดการคลุมร่างกายตัวเองด้วยผ้านวมหนาซึ่งมีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ หือ... กลิ่นเดียวกับที่แม่ใช้เลยแฮะ

แล้วจะนั่งกับพื้นเย็นๆ ทำไมเล่า ขึ้นไปนั่งบนเตียงโน่น!!

คำสั่งของคุณชายทำให้ผมต้องเปลี่ยนจากพื้นขึ้นไปนั่งบนเตียงทันควัน ตอนแรกก็รู้สึกตกใจที่ฟูกมันยวบลงไปทันทีที่ทิ้งน้ำหนัก แต่พอผ่านไปสักพักความอุ่นสบายก็เข้ามาแทน... โอ้... เตียงของพวกคนรวยมันน่านอนอย่างนี้นี่เอง

พอคิดถึงเรื่องนอนเปลือกตาก็เริ่มหนักจนผมชักข่มใจไม่ให้เอนหลังไว้ไม่อยู่ แต่พอลองเช็คเจ้าของเตียงดูก็พบว่าหมอนั่นยังง่วนอยู่กับการหาเสื้อผ้าไม่ได้สนใจหันมาทางนี้เลยสักนิด นี่ถ้าผมแอบงีบสักสองนาทีมันคงไม่รู้แน่

ใช่... ไม่รู้หรอก... ขอแค่สองนาที...

แค่สอง...

เต้ แกจะเล่น PS3 มั้ย ฉันสั่งเกมใหม่มา แนวระเบิดภูเขาเผากระท่อมอย่างที่แกชอบเลย อ้าว...

หนึ่งซึ่งกำลังจะถอดชุดคลุมต้องชะงักคำพูดเมื่อหันไปเห็นคนตัวเล็กนอนพังพาบบนเตียงโดยม้วนตัวเองเอาไว้ในผ้านวมและห้อยขาลงพื้น เขารีบจับเสื้อคลุมอาบน้ำสวมไว้ตามเดิมขณะเดินไปหาเต้ เห็นท่าทางอันน่าขันแล้วเด็กหนุ่มก็กอดอกอมยิ้มพลางส่ายหัวก่อนเข้าไปจับคนเจ้าปัญหาให้นอนในท่าสบายกว่าเดิม

แต่การขยับคนที่นอนกินพื้นที่ถึงครึ่งเตียงไม่ใช่เรื่องง่าย แถมน้ำหนักยังเพิ่มขึ้นเพราะผ้าห่มหนาซึ่งเต้เอาไปพันตัวไว้เหมือนกุ้งพันอ้อย หนึ่งจึงต้องดึงผ้านวมออกก่อนแล้วค่อยอุ้มคนที่หลับสนิทแล้วไปยังอีกฝั่งของเตียง เผื่อว่าคืนนี้เต้อาจจะหลับยาว

ลมหายใจร้อนที่กระทบแผ่นอกเปลือยเปล่าในจังหวะจัดท่านอนทำให้หัวใจเด็กหนุ่มเต้นแรงจนกลัวว่าคนที่หลับอยู่จะได้ยิน แต่เมื่อเรียบร้อยแล้วเต้ก็ยังนอนไม่รู้เรื่อง หนึ่งจึงผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกก่อนเดินไปหยิบผ้านวมซึ่งกองอยู่บนพื้นมาห่มให้

รู้ไหมว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงใคร หือ...

หลังจากห่มผ้าให้เรียบร้อยเขาก็มานั่งสำรวจคนหลับอย่างหมั่นไส้กึ่งเอ็นดู เมื่อเห็นแว่นทรงสี่เหลี่ยมกรอบใสที่แม้ไม่อาจบดบังแพขนตางอนหนาแต่คงไม่ดีนักถ้าใส่มันในเวลานอน หนึ่งจึงถอดแว่นให้เต้อย่างเบามือที่สุดและกำมันเอาไว้ในมืออย่างหลวมๆ เพื่อสำรวจคนตรงหน้าต่อ โอกาสที่จะได้เห็นนายตัวแสบชัดๆ เต็มตาอย่างนี้มีไม่บ่อยนัก ดังนั้นเขาจึงไม่อยากพลาดช่วงนาทีทองแม้สักเสี้ยว

นายรู้ไหมว่าฉันรักนายมาตั้งแต่ประถมแล้ว หือ... เจ้าโง่ ว่าพลางไล้ปอยผมที่ปรกหน้าขึ้นไปเก็บอย่างแผ่วเบา สัมผัสร้อนจากแก้มใสส่งถึงหัวใจผ่านทางปลายนิ้วทำให้หนึ่งเกิดความโลภขึ้นมาอีกนิด...

อยากลิ้มรสริมฝีปากสีชมพูระเรื่อนั่นว่าจะหวานอย่างที่เห็นหรือเปล่า

เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายพลางมองไปรอบห้องด้วยท่าทางคล้ายเด็กเล็กที่ลังเลจะทำความผิด แต่เรียวปากบางซึ่งเผยออ้าเล็กน้อยทำให้เขาอดใจไว้ไม่ได้อีกแล้ว หนึ่งค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากร่างเล็กๆ นั่น

ร้อนเหรอ?

เต้ เฮ้ย!!

ฝ่ามือหนาตะปบลงบนหน้าผากเกลี้ยงทันใด เขาสบถอย่างหัวเสียสองสามคำก่อนลุกพรวดพราดออกจากห้อง

เต้ไม่สบาย

คุณภาค คุณภาค!!!

เสียงตะโกนก้องไปทั่วคฤหาสน์สร้างความตกใจให้ใครหลายคนจนต้องโผล่หน้ามาดู สองสาวถึงกับอุทานเมื่อเห็นเด็กหนุ่มในชุดคลุมอาบน้ำผ่านหน้าพวกเธอไป สรีระที่กำยำเกินอายุบวกกับผมเผ้าเปียกชื้นทำให้หนึ่งมีเสน่ห์อันตรายเหมือนชายหนุ่มคนนึงเลยทีเดียว

ชายในชุดภูมิฐานคนเดิมโผล่มาตรงทางแยกใกล้ห้องที่แขกทั้งสี่กำลังเล่นเกมอยู่ สองมือของเขาถือกล่องพิซซ่ากับของว่างถุงใหญ่อีกถุง เครื่องหน้าสูงวัยกว่าดูตื่นตระหนกไม่แพ้แขกเจ้าประจำสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

ขอพาราให้ฉันสองเม็ด แล้วสั่งให้แม่บ้านเอาข้าวต้มขึ้นไปที่ห้องฉันเดี๋ยวนี้เลย!!

สั่งเสร็จก็หันหลังเดินจ้ำเพื่อกลับห้อง ทันเห็นท่าทางร้อนรนของเพื่อนแล้วก็อดเอ่ยปากถามไม่ได้

ใครเป็นอะไรเหรอ สีหน้ากราดเกรี้ยวคลายลงเมื่อเห็นว่าใครถาม หนึ่งนิ่งไปอึดใจก่อนตอบเสียงเรียบ

ฉันรู้สึกไม่สบายนิดหน่อย พวกนายอยากกลับเมื่อไหร่ก็บอกคุณภาคแล้วกัน 

เด็กหนุ่มสองคนทำแค่พยักหน้า แต่ปูกลับทำหน้าตาตื่นแล้วพูดขึ้นมาว่า

อ้าว! ไม่สบายแล้วเดินมาทั้งอย่างนี้จะกลับห้องไหวเหรอ ยังไงพวกฉันไปส่งเอาไหม

เห็นยัยรุ้งพยักหน้ารับลูกเพื่อนแล้วทันกับแย้ก็ได้แต่ถอนใจ ขนาดพวกเขาที่คบหากับหนึ่งมาตั้งแต่ประถมยังไม่เคยได้เข้าไปเหยียบห้องส่วนตัวของมันเลยสักครั้ง ช่างเถอะ ให้แม่พวกนี้โดนซะบ้างก็ดีจะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

แย้ นายช่วยแจงรายละเอียดให้ทีว่างานวิทย์นี่ต้องเตรียมอะไรบ้าง ส่วนพวกเธอ... เขาหันไปพูดกับกลุ่มเด็กสาวด้วยสีหน้าเย็นชา ไปหาซื้อหนูถีบจักรมา แล้วดูแลให้ดีอย่าให้มันตายล่ะ 

แม้อยากแย้งว่างานโรงเรียนยังอีกตั้งหลายวันและพวกตนก็บอกไปแล้วว่าไม่ชอบหนู แต่เมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงราวกับยักษ์ ปูและรุ้งก็พยักหน้าอย่างเสียมิได้

แล้วไอ้เต้ล่ะ คำถามของทันทำให้ใบหน้ายักษ์ผิดปกติไปชั่วแวบ

ไม่รู้สิ กลับไปแล้วมั้ง

กลับทั้งที่ไม่เอากระเป๋าไปด้วยนี่นะ ไอ้เต้นี่งี่เง่ากว่าที่คิดแฮะ

สองสาวหัวเราะคิกคักกับคำพูดของทันแต่อีกสองหนุ่มกลับไม่ขำตาม ใบหน้าของหนึ่งเฉยชาจนถึงขั้นตึงขณะที่แย้ชำเลืองมองคุณชายเพื่อนสนิทอย่างหวังว่าจะพบความผิดปกติ

เดี๋ยวฉันแวะเอาไปให้มันตอนขากลับก็ได้

ไม่ต้อง!! เอ่อ... ฉันว่าพรุ่งนี้ค่อยเอาไปให้มัน... ไม่สิ พรุ่งนี้ค่อยให้มันมาเอาที่นี่แล้วกัน

ถ้าไม่ฉุกคิดก็คงนึกว่านี่คือแผนการแกล้งเต้อีกแผน สามคนที่เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้นหัวเราะกันครืน เหลือเพียงคนเดียวที่พยักหน้าเหมือนรับรู้แต่ไม่ได้ผสมโรงร่วมหัวเราะกับใคร อันที่จริงแย้ไม่ทำแม้กระทั่งยกมุมปากขึ้นด้วยซ้ำ

งั้นนายก็อย่าลืมโทรไปเยาะเย้ยมันที่บ้านด้วยแล้วกัน ส่วนเรื่องที่บอกไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจัดการเอง

หนึ่งพยักหน้าแล้วเดินกลับห้อง ไม่สนใจปูกับรุ้งซึ่งยืนมองตนด้วยแววตาเพ้อฝัน ทันหันไปพูดอะไรบางอย่างกับแย้ก่อนเดินไปปิดเกม ส่วนแย้หยิบสมุดขึ้นมาเล่มหนึ่งจากในกระเป๋าตัวเองแล้วลงมือฉีกกระดาษจากหน้ากลาง จากนั้นจึงตั้งต้นเขียนโครงงานวิทยาศาสตร์ลงไป

หลังจากที่คนเจ้าปัญหากินยาไปเรียบร้อยแล้ว หนึ่งก็กลายร่างเป็นหนูถีบจักรเดินพล่านอยู่ในห้องตัวเองเพราะกำลังนึกหาวิธีที่จะโทรไปบอกทางบ้านของเต้ยังไงโดยไม่ต้องเจอญาติเจ้าปัญหาคนนั้น ขณะที่คิดอยู่สายตรงภายในห้องก็ดังขึ้น เด็กหนุ่มขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดก่อนเดินไปรับโทรศัพท์

ว่าไง!!

คุณชายครับ ทางบ้านเพื่อนคุณชายที่ชื่อเต้โทรมาครับ

ซวยแล้วไง! เด็กหนุ่มหน้าเจื่อนเพราะยังคิดหาวิธีไม่ได้ แถมลางสังหรณ์ยังบอกอีกว่าคนที่โทรมาคือคนที่เขาไม่อยากคุยด้วยนั่นแหละ

เอาวะ!! หลบไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

ทว่าคนคุยสายกลับเป็นแม่ของเต้ ซึ่งหนึ่งก็เกือบถอนหายใจอย่างโล่งอกไปแล้ว ถ้าลงท้ายจะไม่มีคำว่า...

เดี๋ยวน้าให้พี่ชายเขาไปรับ หนึ่งไม่ต้องลำบากหรอกจ๊ะ

นั่นแหละครับคุณน้า ลำบากที่สุดเลย TT_TT

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
[b]นายนยว
#1  by  น (125.24.232.45) At 2007-12-14 09:43, 
พี่จี เอริเองนะ เท็นๆไง หงิงๆๆๆ ขันน้ำ

แฮะๆ เศร้าๆๆๆๆๆ บอร์ดอินุปิด แง้ๆๆๆ
#2  by  Ae-Ri (117.47.207.65) At 2008-04-14 12:31, 
ดีค่าเทนจัง

พี่เองก็เข้าบอร์ดอินุไม่ได้อ่ะ
#3  by  gmaru At 2008-04-22 23:21, 

<< Home