Etc

สวัสดีค่ะ ทุกท่าน

อิจีโกะหายไปแสนนาน กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการสะสมการ์ตูนเรื่องหงสาจอมราชันย์ ได้อ่านแล้วยอมรับเลยว่าเป็นอีกหนึ่งการ์ตูนดี ผู้แปลดี แต่ดันไปอยู่สนพ.ไม่ดี (อ่าว) ก็ดันเจอข่าวมาอ่ะ ว่าจะรีปริ้นท์แค่ 1-10 อย่างน้อยรีถึง 21 ก็ยังดีเพราะเรื่องนี้หาซื้อยากมากๆ (ก็ของเค้าดีจริงๆ นี่) คนคิดเก็บสะสมอยากจะร้องไห้โฮ

บ่นจบไปเรื่อง วกเข้ามาอีกเรื่อง

ก็ยังเวียนวนกับการ์ตูนแหละฮ่ะ คนที่อ่านการ์ตูนมาเรียกได้ว่าเกือบทั้งชีวิตอย่างอิจี (เว้นไว้ 5 ปีนับแต่ลืมตาออกมาดูโลก) โดยรวมแล้วประมาณ 25 ปี ก็มีทั้งนักเขียนที่ชอบบ้างและไม่ชอบบ้าง ความคิดเห็นส่วนตัวไม่ว่าอะไรมากกับการจบปาหมอนของการ์ตูนดังเรื่องหนึ่ง เพราะคาดว่าถูกตัดจบ เพราะคนเขียนทิ้งเนื้อหาส่วนท้ายไว้ (ซึ่งคาดเดาว่าเขาอาจอยากเขียนไปถึงจุดนั้น) แต่นะ... วงการการ์ตูนญี่ปุ่นก็คือธุรกิจนี่นา ขายไม่ได้ก็สั่งจบ ทั้งที่บางเรื่องการ์ตูนดี (อย่างของคนเขียนมืออสูร 2 เรื่องหลังเขาก็เขียนดีนี่นา)

ทว่าอิจีก็มิใช่คนเรื่องมากในการอ่านการ์ตูน

อย่างเกสทัล หรือ เลิฟเลส ผลงานของโคกะ ยุง ที่ข้าพเจ้าพิสูจน์มาถึง 2 สนพ.และอาจฟันธงได้ว่าเพราะคนเขียนเขียนไม่รู้เรื่องเองมั้ง ไม่ได้อยู่ที่การแปล แต่ข้าพเจ้าอ่านทั้ง 2 เรื่องเน้อ ถึงมันดูสับสนแต่ก็ยังพอจับใจความได้นาว่าเกี่ยวกับอะไร และฝีมือภาพของโคกะก็ถือได้ว่างามทีเดียว แต่อิจีชอบเกสทัลมากกว่าเลิฟเลส คงเพราะไม่ชอบหูแมวบวกหูคนมั้ง ดูขัดๆ ตายังไงไม่รู้

แล้วจะมาบ่นเอาหน้ากระดาษทำไมเนี่ย

เปล่าค่ะ พอดีไปเห็นภาพที่ก่อให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย ความจริงก็หงุดหงิดตั้งแต่เห็นลายเส้นการ์ตูนดังของคนเขียนกลุ่มนี้ในยุคปัจจุบันแล้ว ดูยังไงมันก็ลอกเขามาชัดๆ


ถ้าจะให้พูดถึงนักเขียนการ์ตูนที่ไม่ชอบ มันน้อยซะยิ่งกว่าน้อย ส่วนใหญ่แล้วบรรทัดฐานการ์อ่านการ์ตูนของอิจีไม่เรื่องมากนะ ต่อให้ลายเส้นห่วยสนิทอย่าง HxH อิจีก็อ่าน (แต่หลังๆ รับไม่ได้เลยเลิกอ่าน) ดังนั้นเมื่อจบภาคกรีดไอส์แลนด์ อิจีก็เลยอัญเชิญการ์ตูนเรื่องนี้ออกจากชั้นหนังสือ เพราะฮิโซกะบทน้อยด้วย (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)

และพอเข้าสู่ยุคที่ใช้เงินมากนักไม่ได้ (ทั้งที่หาได้มากกว่าช่วงปีไหนๆ) อย่างว่าแหละ เขาว่าพอเงินเยอะ ภาระรับผิดชอบก็เยอะ ค่าน้ำ ไฟ โทร บัตรเครดิต สารพัดสารเพ แล้วตรูจะบ่นทำไมฟระ ข้ามๆ เดี๋ยวนอกเรื่อง


ยุคสมัยที่หมึกจีนยังบูมเรื่องการ์ตูนผู้หญิง สมัยที่ลิขฯ ยังไม่แพร่หลายอิจียังตามเก็บแทบจะทุกเรื่อง ทั้ง LaLa, Monthly ชื่อไทย ชื่อญี่ปุ่น และแน่นอนว่าได้เจอผลงานของชินโจ มายุ ตั้งแต่ลงในหมึกจีน ตอนแรกที่เห็นลายเส้น ยอมรับเลยว่าวาดผู้ชายได้ชวนฝันมากๆ ตาสวย ปากงาม หุ่มเฟิร์ม อ๊ากกกก หล่อโครตตตตตต ตอนนั้นอ่านโดยไม่สนเลยว่าเรื่องจะหื่นแค่ไหน ก็ผู้ชายหล่อนี่ แต่เชื่อไหมว่าอ่านได้ไม่กี่เรื่องก็เบื่อแล้ว เพราะงานไม่มีการพัฒนา ทั้งเส้น ทั้งมุม ทั้งพล็อต เดิมๆ ตลอด ดูได้แค่อย่างเดียวคือตัวผู้ชาย หลังจากนั้นไม่นานงานของชินโจ มายุ ก็เป็นอันต้องระเห็จออกจากชั้นหนังสือของข้าพเจ้าทั้งหมด ทุกเรื่อง (หลังๆ อ่านเลิฟ เซเลป ก็ยังไม่เห็นพัฒนาการของคนเขียนคนนี้แต่อย่างไร)

ต่อมาก็คือ งานของคนกลุ่มนี้ Clamp

อิจีโกะชอบแคลมป์ตั้งแต่เรื่องแรกที่เข้ามานั่นคือ โตเกียวบาบิโลน เห็นเรื่องนี้ครั้งแรกในทีวีแมกกาซีน หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องซื้อให้ได้ และก็ได้มาครอบครองในที่สุด ว๊า555+ตอนนั้นโตเกียวฯ แค่เล่มละ 15 บาทเองโดยสำนักพิมพ์ไพเรทแห่งหนึ่งซึ่งปิดตัวไปแล้ว โชคดีจริงๆ ที่ซื้อเก็บจนครบ และหลังจากนั้นอิจีก็กลายเป็นสาวก Clamp เก็บมันทุกเรื่อง

เคยได้อ่านบทสัมภาษณ์ แคลมป์เป็นกลุ่มนักเขียนที่จัดได้ว่าเรื่องมาก เพราะมีผู้จัดการ ทำอะไรทุกอย่างต้องผ่านผู้จัดการหมด อีกอย่างคือไม่ขึ้นกับที่ค่ายไหน แต่เพราะฮอต แต่ละค่ายต่างก็ง้อ แต่ใครจะสนล่ะ ก็คนมันเก่งนี่ ขอให้มีงานคุณภาพออกมา ยังไงก็ตามอ่าน จนกระทั่งถึงยุคที่เปลี่ยนลายเส้น ก็คือเปลี่ยนคนวาด เคยได้ยินว่าแคลมป์จะวนให้แต่ละคนวาดหมุนกันไปเรื่อยๆ ลายเส้นตาไข่ห่านจึงสิ้นสุดที่เมจิกไนท์ เรย์เอิร์ท ต่อมาก็คือยุคลายเส้นของ ซากุระและโชบิท

อิจีก็ยังติดตามอยู่ ถึงแม้เส้นเปลี่ยนไป แต่เรื่องก็ยังคงสนุกได้ในสไตล์แคลมป์ หลังจากที่ออกเรื่องยาวและหายไปไม่นานเท่าไหร่ แคลมป์ก็กลับมาอีกครั้ง

และหนนี้อิจีถึงกับเหวอสุดขีด

มันลายเส้นวันพีชชัดๆ

ทั้งมุม มุก เรียกได้ว่าแทบจะลอกเขามาเลย และนี่แหละ อิจีรับไม่ได้

ก็คนมันเคยวนเวียนวาดการ์ตูนอยู่ช่วงหนึ่ง อิจีจึงรับไม่ได้ต่อการลอกลายเส้นของนักเขียนไทย (ซึ่งบางคนเลยเถิดถึงขั้นลอกฉาก) เพราะบอกตรงๆ ว่าความรู้สึกก็เหมือนลอกผลงานการเขียนนั่นแหละ ซึ่งถ้าวาดเล่นก็จะไม่ว่า เพราะมันต้องมีแบบ แต่ไม่ใช่เอามาหากิน มัน 2RED และแสดงให้เห็นว่าพัฒนาการของนักวาดมีไม่พอ แต่ไม่คิดว่านักเขียนมีชื่อและวนเวียนในวงการนี้มาหลายปีจะกล้าลอกลายเส้นด้วย

และไม่ใช่แค่ลายเส้น ยังเอาแนวคิดเขามาอีก ฮ่วย!!

แต่อย่างน้อยเพราะเป็นสาวกแคลมป์มาแสนนานงานสองเรื่องล่าสุดก็ยังตามอ่าน แม้ตอนนี้จะคิดขายสึบาสะโครนิเคิลแล้วก็ตาม (ซึ่งห่วยสนิทในสายตาอิจี แคลมป์จะหากินกับมุกรวมดาราไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย)เอาเถอะน่า ไหนๆ ก็อ่านมาขนาดนี้ อ่านต่อไปก็ไม่เสียหลายใช่ป่ะ จนกระทั่งไปเห็นภาพหนึ่งเข้า

มันเป็นงานที่คล้ายจนถึงขั้นเหมือนของอจ.อากิโนะ มัตสึริ อย่างเหลือเกิน

ตอนนั้นความเกลียดมันเริ่มก่อตัวในใจอย่างเงียบเชียบ ก็อจ.อากิโนะน่ะ อิจีนับถือมากนะอ่านมาตั้งแต่ป.6 จากเรื่องแรกบริษัทกำจัดผี (จำชื่อไม่ได้ยาวเลยยืมชื่อของไพเรทที่ออกต่อมา)ตั้งแต่สมัยไม่มีลิขสิทธิ์ของสยามสปอร์ต (เล่มละ 12 บาท) และพยายามไม่พลาดงานอจ.อากิโนะ (เหมือนงานของคิคุจิ โชตะและฮิคาวะ เคียวโกะนั่นแหละ) แน่นอนว่าอจ.อากิโนะ โลดแล่นอยู่ในวงการมาก่อนแคลมป์แล้ว ถ้าเทียบกันแคลมป์ก็เพิ่งหัดเดินตอนที่อจ.มีชื่อเสียง ทำแบบนี้อิจีไม่ปลื้มว้อย!!

แต่ก็ยังอ่านต่อ -_-^

จนกระทั่งเจองานที่แคลมป์ไปวาดซึ่งเป็นของอจ.หยาง กวาง อิล (ตุลาการทมิฬ)

หลายท่านอาจไม่รู้ (หรือรู้แล้ว) ว่าอจ.หยางนั้นคือปรมาจารย์ที่อิจีชอบมากที่สุด ยอมรับนับถือมาแต่เรื่องซอมบี้ฮันเตอร์ (ประมาณ 6 ปีก่อน)อจ.คือสุดยอดลายเส้นระดับเทพ แน่นอนว่าวาดแนวเรียลได้งามงดชนิดที่ไม่มีใครเทียมแต่เอาไปลงแบบการ์ตูน (โห เทพโคด)แต่เจ้ากลุ่มนี้ก็ยังหาญกล้าจับงานของอจ.หยางมาเขียน ตอนที่ข้าพเจ้าเห็นนั้น ความโกรธเกลียดมันทะลักไปถึงไหนแล้ว ถึงแม้จะวาดเล่น แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายภาคหน้า คนกลุ่มนี้ที่หากินกับชื่อเสียงเก่าอาจลอกมาอีกครั้งก็ได้

ก็ในเมื่อวันพีชกับFMA ยังลอกมาอย่างเนียนๆ เลยนี่

ณ วันนี้สายตาของอิจีที่มองคนกลุ่มนี้เปลี่ยนไปแล้ว นอกจากฝีมือที่พัฒนาลงแล้ว (เส้นมันห่วยขึ้นเรื่อยๆ น่ะ)มุกของคนกลุ่มนี้ยังเริ่มเหมือนจนมุมเข้าทุกวันๆ จนถึงขั้นต้องยืมเส้นและแนวคิดของคนอื่นมาใช้

เอาเถอะ... ทางทำมาหากินของใครของมัน แต่สำหรับอิจี XXX HOLIC และสึบาสะคงเป็น2 เรื่องสุดท้ายและจะบอกเลิกศาลากับ Clamp ซะที


edit @ 2007/09/13 11:00:52

หัวข้อ "ผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจ และอิทธิพลในการวาดรูป"

คุณ Maw เป็นนักวาดปกของสนพ.ไอน้ำ และน่าจะมี Bloggang เป็นของตัวเอง ความจริงอิจีก็มีแหละค่า แต่เป็นโรค ขี้เกียจ Log in ดังนั้นจังขอ'นุญาต ใช้พื้นที่ exteen ในการเล่น Tag ของคุณMaw แทนก็แล้วกันนะคะ

อิจีโกะเริ่มต้นการวาดภาพพร้อมกับที่เริ่มหัดเขียน ก.ไก่ เพราะในหนังสือยุคเก่ามีรูปให้ก็เลยหัดวาดไปด้วย แต่ด้วยความที่ยังเด็ก ไม่กี่นาทีก็เบื่อ (คงเพราะวาดยังไง ไก่ก็ไม่เป็นไก่ล่ะมั้ง) จากนั้นก็เริ่มหัดอ่าน มานี มานะ ปิติ ชูใจและไม่ได้วาดภาพอีกจนกระทั่งขึ้น ป.1

ตอนนั้นช่อง 9 การ์ตูนมีการ์ตูนเรื่องโดราเอมอนฉาย แต่ตอนนั้นอิจีโกะกลับชอบดูหนังจักรๆ วงศ์ๆ ของช่อง 7 แต่ก็มีเหตุต้องทำให้ไปนอนบ้านญาติหลายวัน และบ้านเขาดูช่อง 9 การ์ตูน เราจึงต้องนั่งดูไปด้วย แต่ก็ยังไม่ได้ชอบในทันที

ไม่นานนัก ที่โรงเรียนมีคนเอาหนังสือมาบริจาค ส่วนมากเป็นการ์ตูนคุณครูก็เอามาใส่ตระกร้าและวางไว้ตามจุดที่มีที่นั่งเพื่อให้นักเรียนอ่าน อิจีโกะเป็นพวกเด็กเก็บกด ใครเล่นอะไรก็มักไม่ไปเล่นด้วย (เล่นไม่เป็นน่ะเอง 555+) ไปนั่งดูเขาเล่นและได้เห็นการ์ตูนวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมาเปิดดู จำได้แม่นว่าการ์ตูนเรื่องนั้นคือ โดราเอมอน ไม่มีอะไรทำเลยนั่งอ่าน (อ่านคล่องตั้งแต่อนุบาล เพราะผลจากการถูกตีจนเนื้อลาย เหอๆๆๆ) การ์ตูนโดราเอมอนอ่านง่าย เป็นช่องๆ เราติดแทบจะทันทีแม้จะทุลักทุเลเรื่องการสะกดบ้าง และนับแต่นั้น เราก็ใช้เวลาพักทานข้าวหมดไปกับการอ่านการ์ตูน

โดราเอมอน เป็นการ์ตูนที่ทำให้หัดวาดเป็นเรื่องแรก แต่ก็ยังไม่ชอบเท่าไหร่ จนได้มาอ่านเรื่อง เมทัล K เป็นการ์ตูนหุ่นยนต์สาวล้างแค้น(โอ้ เด็ก ป.1 อ่านเมทัล K) ซึ่งสัดส่วนผิดกับโดราเอมอนมากมาย แต่เมทัล K เป็นการ์ตูนดำจัดขาวจัด และมีหัวกะโหลก มีหุ่นยนต์ มีลูกกะตา (?) คือง่ายๆ ว่าไม่น่าวาด จึงได้แค่อ่านอย่างเดียว

ต่อมาได้อ่านเรื่อง แม่มดสาว คุโรอิ มิซะ เรื่องของแม่มดในยุคปัจจุบันที่แก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยเวทมนตร์ เรื่องนี้เป็นเรื่องบันดาลใจให้เกิดจินตนาการและอยากสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ แต่เนื่องจากภาพไม่สวยก็เลยได้แค่อ่านอย่างเดียว (อีกแล้วครับท่าน)

และมาถึงงานที่ได้อ่าน และทำให้หัดวาดจริงๆ จังๆ เรื่องนั้นก็คือ

เป็นการ์ตูนที่แอบอ่าน โดยแฮบมาจากพี่สาว แค่เห็นหนุ่มบนปกก็อุทานออกมาแล้วว่า "โคตรหล่อเลย" โดยอ่านเรื่องนี้คู่ไปกับเรื่อง อสูรน้อยกระซิบรัก (ตอนนั้นชอบมาคาเบะ ชุน มากๆ) และ ไซเฟอร์ (อ่านไซเฟอร์ไม่รู้เรื่อง) แต่ 2 เรื่องท้ายยังไม่น่าวาดได้เท่ากับเรื่องนี้ บวกกับที่พี่สาวเจ้าของหนังสือก็หัดวาดภาพจากการ์ตูนเรื่องนี้อยู่ เห็นเขาวาดสวย เราก็เลยลอง จากนั้นก็วาดมาเรื่อย ถึงจะไม่พัฒนาขึ้นเลยก็ตาม

ตอนป.4 เริ่มอ่านการ์ตูนมากขึ้น และเริ่มฉีกแนวการอ่านการ์ตูนจากรักหวานแหวว แฟนตาซี มาเป็นแนวสืบสวนสอบสวนแบบแฟนตาซี นัยน์ตาเธอสีม่วง ซึ่งตอนนั้นยังเป็นการ์ตูนรายสัปดาห์ เป็นแนวแรกที่ได้อ่านและติด แต่หาซื้อไม่ได้เพราไม่ได้ทำเป็นรวมเล่มออกขาย และช่วงนั้นเองที่ คำสาปเงาพระจันทร์ ของสนพ.มิตรไมตรีได้ออกขาย (เล่มละ 10 บาท) เราจำลายเส้นได้จึงซื้อทันทีไม่มีรอ และก็ติดในทันทีเช่นกัน เรื่องนี้เป็นแรงพัฒนาลายเส้นจากของอจ.โฮโซกาว่า มาเป็นของอจ. ชิโนฮาร่า และยังคงมีกลิ่นอายภาพของอจ.ท่านนี้ในงานตัวเองมาจนถึงปัจจุบัน และอจ.ชิโนฮาร่า ยังมีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้เราชอบงานประเภทสืบสวนสอบสวน การฆาตกรรม และงานที่จบอย่างสะเทือนขวัญบีบจิตใจคนอ่านจนน้ำตาแทบร่วง

การวาดรูปนั้นมาจากความชอบแต่ก็ไม่ได้คิดจะศึกษา ในตอนที่จบชั้นมัธยมต้นได้เข้าเรียนโรงเรียนอาชีวะศึกษาเสาวภา แต่เลือกเอก คหกรรมด้วยเป็นเด็กโควต้าของสถาบันเดิม จึงไม่ได้ลงเรียนศิลปกรรมอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็ยังวาดการ์ตูนมาเรื่อยด้วยการลอกแบบจากภาพที่ชื่นชอบ ทั้งลอกลายและมองออกมาแล้ววาด ไม่ได้เรียนอนาโตมี่ ไม่ได้เรียนทฤษฎีแสงเงา ไม่ได้เรียนวิธีการลงสีทำแบบงูๆ ปลาๆ ไปเรื่อย จนกระทั่งจบภาคการศึกษาแรก ได้เข้าทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งด้วยความที่อยากทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จึงต้องเอนแนวการเรียนไปเป็นบริหารธุรกิจ และเรียนสาขานี้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งจบระดับปริญญาตรี

การทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นทำให้ทิ้งการวาดรูปไปนาน แต่ทำงานได้เพียงปีเดียวก็ต้องลาออกเพราะวัยวุฒิยังน้อย เมื่อโอนกลับเข้ามาเรียนในภาคชั้นปกติ จึงได้ใช้เวลาว่างวาดการ์ตูนอีกครั้ง แต่ก็ยังวาดไปด้วยความฉาบฉวย คือแค่วาดเป็นโครงร่าง ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง และวาดอย่างนั้นมาเรื่อยจนกระทั่งถึงยุคอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู และงาน CG ก็เข้ามา

CG แรกที่สนใจคือ FINAL FANTASY 8 ภาพสวยชนิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน Want มากจนเก็บเงินซื้อเกมมาเล่น (เล่นกับคอมพิวเตอร์) ตอนนั้นได้ทำงานแล้วและอยากทำให้ได้อย่างนั้น จึงหันมาลองหัดเล่น Photo shop แต่ด้วยความที่ไม่เข้าใจ หัด ps ได้ไม่นานก็เบื่อ หันกลับไปวาดภาพร่างการ์ตูนเช่นเดิม

ในต้นปี พ.ศ. 2549 เริ่มต้นเล่นเวปเด็กดี ช่วงก่อนหน้านี้ได้หัดแต่งแฟนฟิคจากเรื่องอินุยาฉะ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ในบอร์ดอินุ จึงได้ผันตัวเองมาเขียนนิยาย แม้จะยังวาดภาพอยู่แต่ก็แค่ทำเล่นสนุกๆ ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก จนกระทั่งได้เข้าไปในเวป devianart ได้เห็นงานของ heise

งานระดับเทพที่ไม่เคยพานพบที่ไหนมาก่อน เป็นงานประเภทที่อยากจะทำให้ได้อย่างนี้ จึงหันกลับมาเล่น PS อีกครั้ง แต่หัดไปๆ ก็ยังไม่เข้าใจงาน แถมที่บ้านไม่มีเทปเลทจึงทำๆ หยุดๆ แล้วแต่อารมณ์ เฝ้ามองภาพสวยๆ และวาดแฟนอาร์ทที่เป็นเพียงภาพร่างเท่านั้น

(แฟนอาร์ท ที่ให้เจ้าของผลงานนิยายลงสีเอง เนื่องจากอิจีโกะลงไม่เป็น) -_-'''

จนกระทั่งได้พบกับ feimo นักวาดที่พบใน devianart เช่นกัน งานยุคแรกๆ ของ feimo นั้นไม่ประทับใจเท่าไหร่ แต่ก็คอยมองผลงานของเขามาเรื่อยๆ และได้เห็นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง feimo จึงกลายเป็นคนที่สร้างแรงผลักดันให้เราเริ่มพัฒนางานภาพอย่างจริงจัง

(งานในปัจจุบันของ feimo)

เริ่มจากพรินท์วิธีการลงสีจาก PS จากเด็กดีและเริ่มหัดจากตรงนั้น โดยแสกนเข้าคอมแล้วหัดป้ายๆ เอาโดยไม่ได้อ่านวิธีทำอย่างจริงจัง

(งานแรกๆ ที่หัดทำ PS)

แต่หลังจากที่หัด งานก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เส้นแข็ง สีไม่เนียน ฯลฯ โดยเฉพาะเส้นผมที่ทำอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น เลยไปโทษว่าตัวเองใช้เมาส์หนูทำ งานเลยออกมาไม่ดี และกำลังจะเลิกอยู่รอมร่อ

ในที่สุดก็ได้พบเซจังจากบอร์ดไอน้ำ เซจังเป็นอีกคนที่ใช้เมาส์หนูทำงาน แถมทำออกมาได้สวยเสียด้วย เซจังจึงเป็นคนที่ทำให้เราฮึดทำงานจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ และมาอ่านวิธีลงสีจาก PS กันใหม่ ทั้งจากเด็กดีและหนังสือ Digital panting เลือกวิธีที่เหมาะสมกับงานตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด และลองหัดทำมาเรื่อยๆใช้นั่นใช้นี่ งานชิ้นแรกเป็นภาพเล็กๆ แต่ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงกว่า และเลเยอร์ก็ใช้เยอะอย่างที่ไม่เคยใช้ แม้เส้นผมจะยังลวกๆ แต่ก็พอดูได้ในระดับหนึ่ง

(รูปตัวแทนตัวเองที่ตั้งใจทำอย่างแท้จริง)

มาถึงภาพที่ 2 ภาพที่หัดเอามาลงสีช่วงนี้ส่วนใหญ่และวาดไว้นานแล้วและแสกนเก็บไว้ทั้งนั้นยกเว้นภาพข้างล่างนี้

(ภาพแรกที่ตั้งใจลงสี เปิดตำราทำกันเลยทีเดียว)

หลังงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา คุณมูนนี่ ผู้แต่งศาสตราแห่งเดราเนียร์ได้เขียนแฟนฟิคเฉพาะให้เราเป็นพิเศษ ภาพนี้จึงเป็นงานเดียวที่วาดและลงสีทันที และตั้งใจมากชนิดเปิดตำราทำทุกขั้นตอน ลบแล้ว ลบอีกจนกระทั่งความงามของภาพอยู่ในระดับที่ตัวเองพอใจ แม้เส้นจะยังแข็งและผมก็ยังกระด้างก็ตาม(ส่วนนิยายประกอบภาพนี้ ก็อยู่ในบล็อกนี้แหละคับ สนใจลองอ่านดูได้)อิอิ

(งานเกือบล่าสุด)

เป็นงานที่ฝึกเรื่องเส้นไม่ให้แข็งและส่วนผมอยากให้เป็นเงาซ้อนๆซึ่งก็ทำได้อย่างที่หวังในระดับหนึ่ง (งานออรินั้นก็เป็นเช่นเดียวกับภาพอื่นๆ คือเส้นหนาโครตๆ) ใช้วิธีลบเส้นให้บางลง เล็ง+ เพ่งกันจนปวดตา และข้อมือขวาด้านและแข็งเป็นไตก็ด้วยภาพนี้นั่นเอง แต่ถึงมือจะเป็นเช่นนั้นไปแล้วแต่ก็ภาคภูมิใจทุกครั้งที่มอง

และมาถึงงานปัจจุบันที่ตั้งใจว่าจะทำให้เป็นภาพเสมือนคนจริง

รูปนี้ต้นแบบจริงมาจากเรน ด้วยเป็นอนาโตมีจากคนจริงอีกทั้งมีแสงเงาจริงจึงตั้งใจจะทำอย่างดีที่สุด จากเมื่อวานที่ลองลบเส้นร่างดูองค์ประกอบรวมแล้วคิดว่ามีความเป็นไปได้ (จากการทำภาพด้วย PS มิใช่ Coral paint)ถึงยังมีจุดที่ต้องแก้ไขอีกมาก เช่นช่วงอก กล้ามท้องแต่ก็ไม่น่าหนักใจเท่าเส้นผม ยังคิดอยู่ว่าจะปาดด้วยวิธีไหนดี ถึงจะดูพลิ้วสลวยเหมือนใช้แทปเลท เมื่อวานพรินท์วิธีลงเส้น path จากเซจังแล้ว คิดว่าจะลองทำดู (ต้องหัดทำ path อีกแล้วตรู) ^^"

ตอนนี้นอกจากเขียนนิยายแล้ว ยังใช้เวลาช่วงที่คิดงานไม่ออกหัดลงสีไปเรื่อยๆจากที่ทำเล่นสนุกๆ ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น (อ่าว...) เพียงแต่เพิ่มความต้องการให้งานของตัวเองออกมาดูดี น่ามองมากขึ้นจึงได้พยายามมาเรื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยคิดจะทำ

ขอบคุณเซจังที่เป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มใช้เมาส์หนูทำงาน (จากที่เคยผลัดวันประกันพรุ่ง เอาแต่รอแทปเลท) ขอบคุณ feimo ที่สอนให้เรารู้ว่า ทุกสิ่งสามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยความพยายามและตั้งใจขอบคุณ คุณ Maw ที่ส่งมอบTag มีสาระนี้ให้จากบอร์ดไอน้ำ ขอบคุณทุกท่านที่บอร์ดไอน้ำ ที่คอยชี้แนะแนวทางและเป็นกำลังใจให้ อิจีโกะจะพยายามต่อไป (^w^)V~

ปล. คุณ maw เราต้อง tag ต่อมั้ยนี่ ไม่ค่อยรู้จักใครเลยอ่ะค่ะ ขอไม่ส่งต่อได้ป่ะคะ?


edit @ 2007/05/16 13:02:55

หลังจากนั่งงมโข่งอยู่ประมาณ 2 วันในที่ทำงาน <<< (มันน่าโดนไล่ออกเจงๆ พับผ่า) อิจีโกะก็สามารถลงรูปที่ Deviantart ได้สักที โฮะๆๆๆๆๆ

ไม่ได้ฝีมือดีขนาดไปอวดสายตาชาวโลกได้หรอก =w='' งานในนั้นเท่าที่เห็นมีแต่ระดับเทพ ทั้งของชาวจีน ชาวไทย ชาวโลก<<< (อันนี้ของแน่ มีไม่ใช่คนมาก็จะขอทำความรู้จักหน่อยล่ะวะ)

และจุดประสงค์หลักก็คือ อยากคุยกะ heise มานานแล้ว โฮะๆๆๆๆๆๆ

งาน Heise ขั้นเซียนทุกงาน ชอบทุกรูปเลย แม้ภาพที่ออกมาส่วนใหญ่จะดู Y แต่ก็นะ งานเลิศขนาดนั้น เนรมิตซะหล่อลากดินขนาดโน้น Y ก็ยอมล่ะค่า หุหุหุ -__,-

ว่าแต่หลังจากที่ลงรูปไปได้ในช่วงเย็น มีคนมาโพสท์ให้ด้วย จากลอนดอน "เขาบอกไม่เข้าใจที่เราเขียนเท่าไหร่แต่ชอบนะ" กรี๊ด ตาย ว้าย สลบ!! ฝรั่งบอกชอบงานเดี๊ยน แทบจะลงไปเต้นแรงเต้นกาและแร้ปโย่วดีใจเป็นบ้า นึกว่าจะไม่มีใครดูซะแล้ว TwTVฮือๆๆๆๆๆ

แต่ว่าคุณพอลขา~~~~ แน่น๊อนนน แน่นอนค่า คนที่ไม่ได้อ่านศาสตราแห่งเดราเนียร์ย่อมไม่เข้าใจ และยิ่งไม่ได้อ่านแฟนฟิคพิเศษที่ผู้แต่ง (เจ๊มูนนี่) เขียนให้ก็จะยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ว่า ราชินีปูลาลากับคอร์ฟคาคาร์สเป็นใคร มีแต่เรากับอีกไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่รู้ความหมายหื่นๆ 555555+

ใน Deviantart ไม่ได้มีแต่ heise ที่เข้าไปสูบรูปเขามาบ่อยๆยังมี feimo อีกคน คุณท่านฝึกฝนจนได้ในระดับงามสง่าดุจเทพเจ้า เห็นพัฒนาการของเขา(หรือเธอ)มาตลอด และ feimo นี่แหละ เป็นแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมาลองหัดทำ Photoshop โดยใช้เมาส์หนู ทั้งที่เคยเอาแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง คิดว่ารอให้มี tablet ใช้ก่อนถึงจะเริ่มหัดกะชาวบ้าน

เฮ้อ~~~ เกลียดนิสัยขี้เกียจของตัวเองเป็นบ้า -_-'''

g_maru คนขี้เกียจแห่งยุค 2007 (ไม่น่าภูมิใจเลยโฟร้ย -*-)

แวะเวียนไปเยี่ยมชมกันได้นะ ยังหัดตกหัดแต่ง ไม่ได้เลิศหรูอลังการเท่าไหร่และภาพก็ยังน้อย

http://g-maru.deviantart.com/