นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ใดและมีเนื้อหา Y ใครที่ไม่ชอบกรุณาปิดนิยายเรื่องนี้ได้เลยค่ะ
ข้อสุดท้าย: ไม่อนุญาตให้คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้นะคะ
ตอนที่ 1
เมฆฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่เที่ยงพร้อมกับเสียงคำรามครืนครานเหมือนกับท้องฟ้ากำลังขู่ผมว่าวันนี้ให้รีบตรงกลับบ้านอย่าเถลไถลเพราะตามปกติแล้วผมมักแวะร้านเกมเซนเตอร์ก่อนเสมอน่าแปลกที่วันนี้ผมเกิดไม่อยากฝ่าฝืนคำขู่ของฟ้าจึงรีบวิ่งหน้าตั้งเพื่อให้ถึงบ้านก่อนที่ฝนจะตก
บ้านของผมอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน เดินแค่ 30 นาทีก็ถึงน่าแปลกอีกเหมือนกันที่วันนี้ผมเกิดอยากนั่งมอร์เตอร์ไซค์เข้าบ้านแต่เหมือนกรรมได้ลิขิตไว้แล้ว รอตั้งนานมอร์เตอร์ไซค์ไม่มีผ่านมาสักคันอีกทั้งฟ้าก็คำรามอยู่ได้ ผมจึงตัดสินใจวิ่ง วิ่งได้ 3 นาทีก็ต้องหยุดพักและวิ่งต่อ .... แหม อย่าหาว่าผมอ่อนแอเลยครับ ก็ผมคนเล่นเกมนะไม่ใช่คนเล่นกีฬา ....
ทางระหว่างโรงเรียนกับบ้านผมมีที่ดินว่างเปล่าและรกมากถึง 10 ช่วงตึก (นึกภาพไม่ออกก็ไปนับตึกแถวเอาก็แล้วกันนะครับ) อย่างที่บอกไว้ ผมไม่ใช่นักวิ่งผมจึงต้องมาหยุดหอบแฮ่กตรงบริเวณนั้นพอดี
ผมเป็นคนตาไวครับ (ไม่งั้นจะหาไอเท็มที่ซ่อนอยู่เจอได้ไง)ก็เลยเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่สองตาของผมจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเป็นเงาตะคุ่มๆ แถวกอกกสูงเกือบ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมจึงเพ่งต่อไปเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างผมกับเจ้าสิ่งนั้นค่อนข้างมากอยู่ผมเลยย่ามใจคิดว่ายังไงก็คงเผ่นทัน อีกอย่าง ฟ้ายังไม่มืดและผมก็เป็นผู้ชายถึงจะเป็นพวกบ้ากามโรคจิตก็คงไม่หน้ามืดตามัวลากหนุ่มจืดใส่แว่นอย่างผมไปข่มขืนหรอกน่า
แม้จะตาไวแต่ก็ไม่ใช่คนตาดี ผมจึงขยับเข้าไปดูใกล้มากอีกหน่อยสิ่งที่เห็นต่อมาก็คือเขา... เขาสัตว์ครับ เหมือนกับเขาวัว เขาแพะ อะไรแบบนั้นและแถวบ้านผมก็มีคนเลี้ยงวัวเลี้ยงแพะอยู่มากผมจึงสรุปว่าคงแพะที่ชาวบ้านเอามาผูกไว้ ผมถอนหายใจและหันหลังเดินกลับแต่ฟ้าเจ้ากรรมดันผ่าเปรี้ยงเสียงดังลั่น
"เฮ้ย!!" ผมร้องกระโดดเหย็งเข้าไปในกอกก สองตามองท้องฟ้าอย่างหวาด ๆ เมื่อเห็นประกายแปลบปลาบหายไปผมก็ค่อย ๆ เดินออกมา
แต่...
พลั่ก!!!
ผมรู้สึกเหมือนถูกผลักอย่างแรงจนล้มคว่ำ ทีแรกนึกว่าโดนแพะเตะจนกระทั่งรู้สึกถึงน้ำหนักของใครบางคนที่กดทับอยู่บนตัวผมพร้อมกับเห็นท่อนแขนผิวสีแทนขนาบอยู่ทั้งข้างซ้ายและขวา
"ใครวะ เล่นอะไรบ้าๆ!!"
ผมตะโกนเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าถึงจะตัวเล็กแต่ข้าก็แมนนะเฟ้ยเผื่อว่าเจ้านั่นจะเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นผู้หญิง แต่แรงที่กดทับอยู่ยังไม่ยอมผ่อนผมจึงเอี้ยวตัวไปกะว้ากใส่เต็มที่
ทว่า...ผมได้แต่อ้าปากค้างเมื่อเห็นคนที่ทับผมอยู่เต็มสองตา
...หล่อว่ะ...
ผมเกือบหลุดคำนี้ออกมาแล้วดีว่ารีบหุบปากได้ทันก่อนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่สิ่งที่เห็นเป็นอันดับต่อไปมันทำให้ปากผมต้องอ้าใหม่อีกหน
ไอ้รูปหล่อ...มันมีเขา!!
"ว๊ากกกกก!!!!" ผมแหกปากร้องลั่นเริ่มดิ้นรนสุดกำลัง
"ว๊ากกก ไอ้ปีศาจ ไปให้พ้น ป๊ายยยย!!!"
เมื่อเห็นผมดิ้น มือที่ค้ำเอาไว้ก็เปลี่ยนมาจับแขนออกแรงกดกับพื้นผมไม่รู้สึกตัวเลยว่าทั้งแขนทั้งลำตัวได้ถูกพันธนาการจากร่างโตกว่าไว้แล้วเพราะปากผมยังใช้การได้นี่หว่า
"ไปให้พ้นนะ ไอ้ปีศาจ กาเมสุมิจฉา....อุบ!!"
กะท่องสัพเพสัตตาไล่ แต่ดันผิดบท... เฮ้ย ไม่ใช่!!!เจ้าปีศาจนั่นมันเอาปากมาประกบปากผมเฉยเลย!!
ไม่ประกบเปล่ายังรู้สึกได้ว่ามีอะไรอุ่น ๆ เคลื่อนไปมาอยู่ในปากด้วย!!!
"อุ๊กกกอื๊ออออ!!!"
ผมครางในลำคอ ดิ้นขลุกขลักใต้ร่างใหญ่อย่างสิ้นหวัง ไม่นานนักภาพทั้งหลายก็พลันมืดลง.....
++++++++++++++++
"เต้... เต้เป็นไงบ้างลูก!!"
อะไรอุ่น ๆ กำลังเคลื่อนไปมาบนใบหน้า ผมจึงค่อย ๆเผยอเปลือกตาขึ้นมอง ภาพหญิงวัยกลางคนคุ้นตาปรากฏใกล้เกือบชิดดวงตาสีน้ำตาลของหล่อนมีหยาดน้ำคลอคลอง
"แม่...."
พลันกลิ่นฉุนแสบจมูกของยาดมวิ่งจี๊ดขึ้นกลางกระหม่อมผมรีบผลักมือของใครไม่รู้ที่ถือขวดยาดมออกไปให้ห่าง
"ไม่เป็นไรนะ ไอ้หนู"
ยายแก่ไม่คุ้นหน้ามองผมด้วยสายตาเป็นห่วง ผมกลืนน้ำลายก่อนมองไปรอบ ๆนอกจากแม่แล้ว ผมเห็นคนไม่รู้จักอีก 2-3 คนยืนล้อมอยู่ แน่นอนว่าทุกคนไม่มีเขาบนหัว
"ฉันเห็นนายนอนฟุบอยู่แถวกอกกตกใจหมดเลยนึกว่าตายซะแล้ว ดีนะว่าเจ้านี่บอกว่านายแค่เป็นลม"
ชายวัยรุ่นอายุคงมากกว่าผม 2-3 ปีดึงผู้ชายอีกคนนึงเข้ามาให้ผมเห็นหน้าแม้จัดได้ว่าหน้าตาค่อนข้างดีแต่ก็ยังห่างขุมจากเจ้าปีศาจรูปหล่อนั่นเยอะ
"เต้ ไม่เป็นไรนะลูก ไปหาหมอไหม?"
"ผมไม่เป็นไรแล้วฮะแม่"ผมพยายามลุกและดันมือแม่ที่ยังลูบหน้าตาผมไม่เลิกออก
"ไม่เป็นไรจริง ๆ ฮะ"ยืนยันอีกครั้ง เพราะน้ำตาของแม่ยังคลอเบ้าอยู่
"แม่เพิ่งกลับจากตลาดเห็นลูกฟุบอยู่ตรงนี้ ตกใจหมดเลย ดีนะคุณยายแกมียาดม... ขอบคุณคุณยายซะสิลูก"
ผมหันไปทางยายแก่และยกมือไหว้ "ขอบคุณครับ"
เมื่อเห็นผมไม่เป็นอะไรแล้ว กลุ่มผู้ช่วยเหลือจึงเริ่มแยกย้ายกันไปผมลุกขึ้นตบก้นไล่ผงฝุ่นออกและยื่นมือจะดึงกระเป๋าหนังสือในมือแม่มาถือแต่แม่กลับผลักมือผมออก
"ไม่เป็นไร แม่ถือให้"
"แม่... ผมผู้ชายนะ"
ว่าจบก็คว้ากระเป๋ามาถือ หลังจากนั้นผมก็เดินกลับบ้านกับแม่แม้หูจะฟังว่าแม่พูดอะไรแต่สมองกลับคิดถึงเรื่องที่ผมเพิ่งได้เจอกับตัวเอง
.... หรือเล่นเกมมากเกินไป เลยเห็นภาพหลอน....
..... โลกนี้มีปีศาจที่ไหนกัน แล้วปีศาจนั่นยังมา.... อึ๋ย!! เลิกคิดดีกว่า .....
ผมสะบัดหัวไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไป ถึงเจ้านั่นเป็นปีศาจแต่มันก็เป็นผู้ชายหนำซ้ำมันยังมาจูบผมอีก.... ใช่... มันต้องเป็นความฝันตอนที่ผมวูบไปแน่ ๆ
"เออ... แม่ลืมบอก ลูกพี่ลูกน้องทางพ่อเรามาถึงแล้วนะ แม่จะให้เขานอนกับลูกไม่ขัดข้องใช่ไหม?"
"ไม่ครับ"
พ่อผมเสียไปนานแล้วแต่ญาติทางฝ่ายพ่อดีมาก ทุกคนยังคอยเป็นห่วงเป็นใยแม่ผมเสมอทั้งยังคอยช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ถ้าเขาจะมาพักอาศัยด้วยเราจะไม่ให้พักได้อย่างไร....
.... ว่าแต่....แม่บอกผมตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะมีญาติทางพ่อมาอยู่ด้วยกันนะ.....
ผมสะบัดหัวอีกครั้ง เพราะการวูบครั้งนี้อาจทำให้สมองผมเบลอไปก็ได้แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก จนกระทั่งเข้าใกล้ประตูรั้วผมเห็นใครคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่หน้าบ้านเหมือนกำลังชมบ้านของเราสองแม่ลูกอยู่
ทันทีที่เห็นร่างสูงนั้นแจ่มชัด ตาของผมก็พลันเบิ่งกว้าง
"กลับมาแล้วหรือครับคุณน้า"
เพราะไอ้ปีศาจหน้าหล่อนั่นยืนยิ้มเผล่แถมทักแม่ผมด้วยน้ำเสียงเหมือนสนิทสนมกันมาทั้งชาติ!!
"เต้ จำพี่เมฆลูกป้าอมรได้ไหมจ๊ะ คนที่เคยพาลูกไปเล่นแถวคลองชลประทานไง"
เห็นรอยยิ้มของแม่แล้ว ผมไม่อยากตอบออกไปเลยว่า 'จำไม่ได้' ขณะที่ลังเลอยู่ว่าจะตอบยังไง ปีศาจรูปหล่อก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"นั่นนานมากแล้วนะครับ เต้คงจำไม่ได้แล้วมั้ง"
"ใช่ จำไม่ได้"พูดจบก็ถลึงตาใส่ .... นายเปิดโอกาสให้ฉันเองนะเฟ้ย! ....
แต่ผิดคาดแม่หันมาทำตาดุและเสียงเขียวใส่ผม
"ลูกจะจำไม่ได้ได้ยังไงก็วันนั้นลูกกับเมฆถูกคุณย่าตีก้นลายเลยไม่ใช่เหรอ"
พูดไม่ออกสิครับได้แต่ส่งค้อนให้ไอ้ตัวสร้างความร้าวฉานให้แม่ลูกแต่เจ้านั่นกลับยิ้มกว้างและแอบยักคิ้วล้อเลียนผมอีกแน่ะ
"เข้าบ้านดีกว่าครับ มา...ผมช่วยถือ" หันไปทำเสียงประจบแม่ผมอีกเนียนซะไม่มี ไอ้ปีศาจบ้า
**********
บ้านผมเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นหลังเล็กจากประตูรั้วถึงประตูบ้านเดินแค่ 3 ก้าวก็ถึง มีโต๊ะพับแบบญี่ปุ่นเก่า ๆใช้รับแขกในห้องโถงเอนกประสงค์ที่เป็นทั้งห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่นและห้องทำการบ้าน
ปีศาจที่ชื่อ 'เมฆ' ทำยังกับอยู่บ้านผมมาเป็นปีเจ้านั่นวางถุงอาหารไว้บนโต๊ะ แล้วเดินหายเข้าไปในครัวหน้าตาเฉย สักพักมันถือแก้วน้ำออกมาส่งให้แม่ของผม
"แม่ฝากน้ำตาลสดมาให้ครับคุณน้าลองชิมดูสิ"
ผมอยากจะตะโกนว่า อย่า! แต่ช้าไปแล้วแม่หยิบแก้วน้ำตาลสดขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดก่อนส่งแก้วเปล่าให้เมฆ
"ฝีมือพี่อมรนี่ไม่เปลี่ยนเลย อร่อยเหมือนเดิม"
ป้าอมรเป็นพี่สาวคนที่สองของพ่อผม เขาชอบทำขนมและน้ำผลไม้คั้นมาฝากประจำอยู่แล้วถ้านอกเหนือจากเรื่องลูกชายคนโตของป้าอมรที่ชื่อ 'เมฆ' นั้นตายไปหลายปีแล้วเจ้าปีศาจตัวนี้ก็ถือได้ว่าทำการบ้านมาดีทีเดียว
ผมเริ่มนับหนึ่งถึงสิบเมื่อเห็นเจ้านั่นส่งยิ้มหวานให้แม่โดยที่ลืมไปสนิทกับเรื่องเลวร้ายที่แม่ได้เตือนผมไว้ก่อนหน้า
"พาพี่เขาไปบนห้องสิลูก ช่วยพี่เขาจัดกระเป๋าด้วยนะเดี๋ยวแม่จะเอาผ้าไปปูเพิ่มให้"
จ๊าก!!ลืมไปเลยว่าเจ้านี่ต้องนอนห้องเดียวกับผม!!!
"แม่! ผมยกห้องให้ไอ้... เอ๊ยพี่เมฆไปเลยก็ได้ ผมขอไปนอนกับแม่นะ"
แม่เลิกคิ้วกับท่าทางลุกลี้ลุกลนเกินกว่าเหตุของผม แต่อยู่ ๆปีศาจหน้าหล่อก็โอบไหล่ผมหมับ ทันใดนั้น ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอหอยเสียงหายไปเฉย ๆ
"ห้องคุณน้าเขาเล็กกว่าห้องนายตั้งเยอะนายนอนกับฉันแหละดีแล้ว"
ผมพยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากแม่แต่ไร้ผลจะว่าไปแล้วเจ้านี่มันเป็นปีศาจนี่หว่า สุ่มสี่สุ่มห้าทำอะไรแม่ผมอาจซวยไปด้วย!!
คิดแบบนั้นเลยได้แต่คอตกปล่อยให้ไอ้ปีศาจหน้าหล่อลากขึ้นไปถึงห้องนอนตัวเอง พอปิดประตูห้องเจ้านั่นก็ปล่อยผมให้เป็นอิสระก่อนเดินไปนั่งบนที่นอนของผมอย่างถือวิสาสะ
"นายพูดได้แล้ว แต่ห้ามส่งเสียงดัง ไม่งั้นฉันจะเล่นงานแม่นาย"
"ไอ้ชั่ว แกต้องการอะไร!!" ผมไม่ได้ฟังคำทัดทานเลยแหกปากตะโกนออกไปสุดเสียง เจ้าปีศาจเลิกคิ้วมอง
"หรือนายอยากถูกจูบอีก"
ผมรีบตะครุบปิดปากตัวเองทันทีครั้งเดียวก็เลวร้ายเกินพอแล้วสำหรับลูกผู้ชายตัวจริงอย่างผม
ปีศาจหนุ่มเหยียดริมฝีปากออกเหมือนเยาะเย้ย ก่อนเอนตัวพิงกำแพงครู่เดียวแม่ผมก็เปิดประตูห้องเข้ามา
"แม่เอาผ้ามาให้แล้วจ๊ะเมฆจะให้ปูตรงไหน?"
"เดี๋ยวผมจัดให้เองฮะ แม่รีบลงไปทำกับข้าวเถอะผมหิวแล้ว" ผมรีบกันแม่ออกไปให้ไกลจากเจ้าปีศาจ กลัวมันจะทำร้ายแม่ผม
หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าแม่เดินลงไปชั้นล่างแล้ว ผมจึงเดินไปปิดประตูห้องไม่ลืมลงกลอนเผื่อแม่จะเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาอีก พอหันกลับไปก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อปีศาจคืนสู่รูปลักษณ์เดิมของมัน
มีเขาสัตว์บนหัว!!
"แกต้องการอะไร หา!!" ผมเริ่มขู่ฟ่อ ถึงตัวเล็กกว่าแต่ก็สู้นะเฟ้ย!
"ไม่มี แค่อยากขอที่พักชั่วคราว"
มันถอนหายใจพลางเปิดแขนเสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมอยู่ผมเห็นบาดแผลน่ากลัวมากที่ท่อนแขนล่ำ เลือดสีแดงพุ่งพรวด ๆ เหมือนน้ำพุทำไมก่อนหน้านี้ผมถึงไม่สังเกตเห็นว่าเจ้านี่บาดเจ็บอยู่นะ
"ไอ้ที่ว่าชั่วคราวน่ะ จะพักถึงเมื่อไหร่" ผมมองไปที่แผลอย่างรู้สึกขยะแขยงถึงผมจะชอบเล่นเกมโดยเฉพาะพวกยิงซอมบี้แต่มาเจอเลือดจริงเข้าแบบนี้ก็พาลเข่าอ่อนเอาเหมือนกัน
"ไม่รู้"เจ้านั่นตอบพลางยกมือกดที่ปากแผลหน้าตาเหมือนไม่รู้สึกรู้สาว่าเจ็บแต่ก็ดูซีดไม่น้อย ทำให้ผมชักเริ่มสงสาร
"ฉันจะไปเอายาแดงมาใส่ให้" ผมบอกพร้อมกับทำท่าเหมือนจะเปิดประตูแต่เจ้าปีศาจกลับตะโกน
"ไม่ต้อง! ถ้านายออกไปจากห้องตอนนี้ล่ะก็ นายตาย!!"
หน้าซีดเหมือนวัวต้มขนาดนั้นยังปากดี แต่ยังไงมันก็เป็นปีศาจ ผมมองเขาแหลมๆ บนหัวอย่างหวาด ๆ ก่อนปล่อยมือจากประตูและนั่งลงตรงนั้น
"มานั่งใกล้ ๆหน่อยสิ ฉันไม่กัดนายหรอกน่า"
... ไม่ได้กลัวถูกกัดแต่กลัวอย่างอื่นต่างหากเฟ้ย!!...
ใจก็คิดไปแต่ไม่กล้าบอกผมขยับตัวเข้าใกล้อีกนิดแต่คงใกล้ไม่พอ ปีศาจร้ายจึงกระชากผมจนไปชนหน้าอกหนาของมันสัมผัสอุ่น ๆ จากแผงอกใต้เสื้อเชิ้ตทำให้ผมร้องลั่นรีบผลักร่างใหญ่กว่าให้ออกห่างพัลวัน
"อย่านะ ฉันผู้ชายนะเฟ้ย!!!"
"รู้แล้วว่าผู้ชาย เลิกแหกปากโวยวายเหมือนผู้หญิงสักที!!"
เสียงตะคอกทำให้ชะงักแต่ใบหน้าหล่อคมอย่างกับเทพนั่นห่างจากหน้าผมไม่ถึงนิ้วผมรีบเม้มปากแน่นกลัวถูกการจู่โจมไม่พึงประสงค์รอบสองปีศาจร้ายตกตะลึงไปครู่ก่อนเริ่มต้นหัวเราะหึ หึ ในลำคอ
"ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ฉันไม่ได้พิสมัยผู้ชายสักหน่อยตอนนั้นฉันแค่อยากให้นายเงียบเท่านั้น"
ตาสีม่วงเข้มดูจริงจังผมเลยผ่อนริมฝีปากออกอีกหน่อย (เพราะเม้มนาน ชักเมื่อย)แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจเสียทีเดียวเพราะมือใหญ่ยังไม่ปล่อยจากแขนผมแถมลำตัวก็ยังห่างจากกันไม่มากนัก
เลือดที่แขนยังคงพุ่งพรวดแต่เมื่อมองให้ดีแล้วเลือดนั้นไหลย้อนกลับเข้าสู่ปากแผลแถมไม่มีเลอะเทอะมาถูกตัวผมอีกต่างหาก ด้วยความสงสัยผมจึงอ้าปากเพื่อจะถาม
แต่....
"ที่พูดเมื่อกี้ฉันโกหก"
พลันใบหน้าคมก็โน้มลงมาประกบริมฝีปากผมอีกครั้งก่อนโถมแรงใส่เพื่อกดผมลงไปนอนกับพื้น คนตัวเล็กกว่า แรงน้อยกว่าและเป็นแค่คนเดินดินกินข้าวแกงธรรมดาจะไปสู้รบอะไรปีศาจได้แต่ผมก็ยังพยายามขัดขืนดิ้นรน ทว่ายิ่งดิ้นสติก็เริ่มรางเลือน
แล้วภาพทุกอย่างก็ดับมืดลงไปอีกครั้ง....
edit @ 2007/03/25 09:17:35