ไอ้บ้าเมฆ จำไว้เลยนะ
ผมบ่นงึมงำขณะที่เดินไปตามทางที่เต็มไปด้วยหลุมอุกาบาตอีกครั้งในเช้าวันต่อมา อย่าเพิ่งหมั่นไส้ครับว่าผมจะบ่นอะไรนักหนาทั้งที่เมื่อวานเจ้าเมฆก็เอาใจซะขนาดนั้น ทั้งพาหายตัว ทั้งซื้อกันดั้มให้ ก็เพราะไอ้โมเดลที่ว่านี่แหละทำให้ผมต้องมาเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่อย่างนี้
หลังจากเมฆพาผมกลับบ้านด้วยวิธีลัด แค่ชั่วพริบตาผมก็มายืนอยู่หน้าประตูบ้านอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ชั่วพริบตาจริงๆ ครับ กระพริบตาทีเดียวก็มายืนอยู่หน้าบ้านแล้ว ยังไม่ทันได้รับรู้รสชาติของความตื่นเต้นอะไรสักเท่าไหร่เลย ขณะที่กำลังงงๆ เจ้าปีศาจก็ลากผมเข้าบ้าน พอเห็นสาเหตุที่มันให้ข้อเสนอกับผมก็แทบเป็นลม หนนี้แม่ผมรับงานประกอบหัวไฟแช็คมา แน่นอนว่าที่มันพาผมกลับมาเร็วก็เพราะต้องการให้ผมช่วยแม่ด้วย ผมก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมากมายหรอกครับ เป็นหน้าที่ลูกอยู่แล้ว แต่ที่โมโหจริงๆ ก็คงเป็นไอ้โมเดลกันดั้มมากว่า
โมเดลกันดั้มสวยงามเลิศเลอไร้ที่ติจริงๆ ทันทีที่ผมเห็นมันนี่แทบจะถลาเข้าไปหอมแก้มเจ้าเมฆสัก 4-5 รอบ เฮ้ย! ผมแค่อยากขอบคุณนะอย่าคิดลึก แต่ก็เกือบจะทำอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะถ้าโมเดลที่ว่าไม่ได้มีลูกเล่นอะไรใส่ไว้
ฉันใส่ออฟชั่นพิเศษให้ด้วย
เมฆมันพูดแค่นั้นแหละตอนที่ผมหยิบหุ่นยนต์สุดเท่ขึ้นมาดู ตอนแรกรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ที่เห็นมันขยับและผมคงจะนึกชอบมันจริงๆ ถ้ามันจะไม่ขยับมาหยิบเอาเงินในกระเป๋าเสื้อของผมไปกินหน้าตาเฉย
เฮ้ย!!
ผมร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นกันดั้มอ้าปากกลืนแบงก์ยี่สิบลงคอ แต่พอหันไปหาไอ้ปีศาจบ้าก็เห็นมันกุมท้องตัวงอ ยกมือปิดปากเหมือนสะกดเสียงหัวเราะแทบตายก่อนเฉลยเสียงสั่น
ฉัน... ทำให้มันเป็นกระ... ปุกออมสินรุ่นพิเศษน่ะ
แค่ได้ยินคำว่ากระปุกออมสิน ผมก็ลงมือเขย่าไอ้เจ้าหุ่นแสนแพงตัวนี้ทันที
ไม่มีประโยชน์หรอก มันจะคายเงินออกมาต่อเมื่อนายต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น
ไอ้บ้านี่!! แกหลอกฉันเรอะ
หลอกเหลิกอะไรกัน ฉันอุตส่าห์ซื้อของแพงให้นายนะ ไม่เห็นบุญคุณแล้วยังจะมากล่าวหากันอีกเรอะ
เมฆลอยหน้าลอยตาตอบ โธ่เว้ย!! นี่โกรธจริงๆ นะไอ้บ้า
ได้ของขวัญแล้วก็รีบๆ ทำการบ้านเข้า จะได้ลงไปช่วยแม่นาย เมฆหันไปมองนาฬิกาปลุกทรงสี่เหลี่ยมบนที่นอนผม ถ้าสองทุ่มยังทำการบ้านไม่เสร็จ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน
แล้วมันก็สะบัดก้นออกจากห้องไปหน้าตาเฉย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงไปช่วยแม่ผมทำงานแหละ ปัดโธ่! มันจะเนียนอยู่บ้านผมไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย
ผมมองนิ้วชี้ข้างหนึ่งที่พองขึ้นเป็นตาปลาพลางทอดถอนใจ ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ มันเกิดจากการประกอบหัวไฟแช็คนี่แหละ เวลาใส่หัวไฟแช็คมันจะมีช่วงหนึ่งที่ต้องออกแรงกดตัวปล่อยแก๊สให้ลงล็อก และเจ้าตัวนี้แหละแข็งได้ใจเลย พอออกแรงมากนิ้วก็จะไปโดนเขี้ยวสี่เหลี่ยม อันสองอันมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่จะเริ่มเจ็บนิ้วเมื่อกดเป็นหลักร้อย พอหลักพันนิ้วก็แดงเถือก พอขึ้นสองพันตาปลาเกิดทันที โอ้ แล้วอย่าคิดนะครับว่าได้เงินดี ไอ้ที่รับมาน่ะ ต้องกดสองร้อยสี่สิบตัวถึงจะได้ยี่สิบบาท โหดไหมล่ะ
เสียงแตรรถดังไล่หลังทำให้ผมต้องเดินเลี่ยงหลบไปอีกทาง ผ่านไปแค่คืนเดียวไม่ทำให้น้ำในหลุมอุกาบาตแห้งไปได้หรอก แต่ก็ยังดีที่เสื้อเปื้อนน้ำแดงเมื่อวานนี้ได้เจ้าเมฆช่วย เอ่อ... อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะแสดงปาฏิหาริย์อะไรให้ดูเป็นบุญตานะครับ ไม่มีทางหรอกสำหรับเจ้านั่น แต่ถึงอย่างนั้น ภาพที่เห็นก็เกือบทำให้ผมแทบหายโกรธมันไปได้ล่ะนะ
จิ้นเอาเองนะครับว่าเวลาปีศาจนั่งยองๆ ซักผ้าในกะละมังพลาสติกมันเป็นยังไง
ถึงเมฆยังคงรูปร่างมนุษย์ ไม่ได้มีเขางอกเวลาซักผ้า (ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงลงไปชักดิ้นชักงอแล้วล่ะ) แต่หน้ามันเหวอได้ใจมากตอนที่ผมเปิดประตูห้องน้ำไปเห็นในตอนเช้า
นึกแล้วก็ขำจนต้องกลั้นหัวเราะ แต่เสียงแป๊น แป๊นบ้าข้างหลังนี่ก็ช่างกวนประสาทดีแท้ ไม่ต้องบอกก็รู้น่าว่าใคร ไอ้คุณชายหนึ่ง ณ ตลาดสดคุณนายกิมลั้งเอ๊ย
ไอ้เต้ ขึ้นมา!!
CRV คันเดียวกับเมื่อวานแต่ไร้ร่างของลูกน้องผู้ภักดีสองคนอย่างที่ควรจะเป็น น่าแปลกแฮะที่วันนี้หนึ่งมาโรงเรียนคนเดียว
ไม่ได้ อย่าเพิ่งไว้ใจ บางทีพวกมันอาจจะแอบก้มหลบอยู่ใต้เบาะหลัง
เต้ เร็วๆ เดี๋ยวสาย!!
ไม่ต้อง ขอบใจ
ผมบอกไปในที่สุดก่อนเร่งฝีเท้า อีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงโรงเรียนแล้วจะเสียเวลาขึ้นรถทำไม ทว่ารถ CRV กลับแซงหน้าผมขึ้นไปอีกหน่อยแล้วจอดสนิท จากนั้นร่างสูงของลูกชายคุณนายกิมลั้งก็ก้าวลงมาจากรถ
ไปด้วยกัน
แล้วมันก็ล็อกคอผมให้เดินไปกับมัน ผมอ้าปากค้างไปสามวิก่อนสะบัดตัวอย่างแรง
ไม่ต้อง!!
เหอะน่า เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงข้าวกลางวันแกเอง
ฉันไม่ได้เห็นแก่กินขนาดนั้นนะเฟ้ย
ชุด A COMBO แถมไก่ทอดให้ด้วย
ผมชะงักกึกเมื่อได้ยิน ชุด A COMBO ที่หนึ่งว่าคือข้าวผัดอเมริกันทำเป็นรูปโดราเอมอนมีไข่ดาวโปะ ตบท้ายด้วยการโรยแฮมและหมูบดทอด แถมราคาต่อจานยังตั้งสี่สิบบาท เรียกได้ว่าเป็นอาหารชุดแพงที่สุดของโรงเรียน ว่าแต่มันมาไม้ไหนเนี่ยถึงจะเลี้ยงผมด้วยของแพงขนาดนี้
เออ เมื่ออาทิตย์ก่อนฉันเพิ่งซื้อ PS3 มาล่ะ ทั้งภาพทั้งเสียงงี้แหล่มสุดๆ ยิ่งตอนเล่นไฟนอล13 นะ สุดยอด!!
ฉันไม่ชอบเล่น RPG
รู้จุดประสงค์มันแล้วครับ ที่แท้ต้องการหยามว่าผมจนไม่มีปัญญาซื้อเครื่องเล่นราคาหลายหมื่นมาเล่นนั่นเอง แล้วเมื่อกี้ก็แค่แกล้งกระแนะกระแหนว่าคนอย่างผมคงไม่มีทางซื้ออาหารชุดแพงที่สุดกินแน่
ฉันต้องไปค้นดูก่อนเพราะส่วนใหญ่ฉันเล่นแนว Action ไม่ก็เกมฟุตบอล ไม่แน่ใจว่า...
แกต้องการอะไร
หนึ่งหยุดการพูดพร้อมกับชะงักฝีเท้า หมอนั่นมองผมด้วยสายตาเหมือนไม่เข้าใจ เหอะ! แกล้งทำได้เนียนดีนี่ แต่ขอโทษ คนอย่างผมไม่มีทางหลงกลมันหรอก
แกคิดรึว่าเอาของกินมาล่อหรือพูดเรื่องเกมแล้วคนอย่างฉันจะยอมเป็นขี้ข้าแกน่ะ ชิ!! รวยแล้วทำไมรึ ไอ้คุณชาย ฉันไม่เหมือนพวกไอ้แย้ไอ้ทันนะเว้ย ที่เห็นคนมีเงินเข้าหน่อยก็กระดิกหางตามต้อยๆ มาตั้งแต่ประถมสี่
แววตาหนึ่งเหมือนมีประกายไฟลุกขึ้นมาวูบก่อนทำหน้าเหมือนกับอยากพุ่งเข้ามาบีบคอผม แน่ล่ะสิ ยังไงมันก็ต้องเข้าข้างลูกน้องตัวเองวันยังค่ำและคนอย่างผมก็ไม่โง่พอจะยืนนิ่งๆ ให้มันฆ่าหรอกนะ พอพูดจบผมก็เผ่นแน่บเข้าโรงเรียนไปเลย
แม้วันนี้จะแปลกใจว่าวันนี้ไม่มีเงาของลูกน้องอย่างที่ควรจะเป็น แต่พอถึงเวลาเข้าเรียนพวกมันก็มารวมกลุ่มกันอีกครั้งที่หลังห้อง ทั้งสามซุบซิบอะไรบางอย่างที่ผมไม่ได้ยินและไม่อยากสนใจ แต่ถ้าเป็นแผนกลั่นแกล้งผมก็อีกเรื่อง
เมื่อวานเอ็งหายไปไหนวะ หนึ่ง พวกข้ารอตั้งนานก็เลยกลับกันไปก่อน แถมเมื่อเช้าก็ไม่รอกันอีก ทันหันไปถามเพื่อนโดยพยายามพูดเสียงเบาที่สุด ถึงเวลานี้จะเป็นชั่วโมงโฮมรูม แต่เด็กหนุ่มก็ไม่คิดกวนอารมณ์อาจารย์สมสิริผู้ได้ชื่อว่าเฮี้ยบเกือบที่สุดในโรงเรียน แต่คนที่น่ากลัวกว่ายังนิ่งเฉยไม่ตอบคำถาม
หรือแกจะโกรธเรื่องเมื่อวาน
รู้ก็ดี หนึ่งตอบเสียงเย็น
แย้มองใบหน้าคมคายของเพื่อนก่อนเบือนสายตาไปนอกหน้าต่าง นึกอยากจะถามเหมือนกันว่าเรื่องเมื่อวานคือเรื่องไหน แต่ถ้าทำแบบนั้นรอยร้าวที่เขาเริ่มรู้สึกได้ภายในกลุ่มคงยากประสานกันให้สนิท
ความจริงแล้วหนึ่งกับเต้รู้จักกันมาก่อนหน้าพวกเขาทั้งสองและตั้งป้อมเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งนานแล้ว นอกจากหนึ่งจะหน้าตาดีแล้วยังรวยมาก ส่วนเต้... เท่าที่เห็นหน้าตามันจืดยังกับอะไร ตัวก็เล็กผอมบาง เรียนไม่เก่งแถมจนอีกต่างหาก ที่น่ารำคาญที่สุดคือนิสัยติดจะเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใครนั่นแหละ ตอนแรกแย้คิดว่าเป็นเพราะหนึ่งหมั่นไส้อย่างที่เขารู้สึก แต่พอเวลาผ่านไปเขาชักไม่แน่ใจแล้วสิ่งที่ตัวเองคิดมันถูกต้อง
บางทีหนึ่งอาจรู้ตัวมานานแล้วแต่ไม่กล้ายอมรับก็ได้
เด็กหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งก่อนส่งสายตาเป็นทำนองให้ทันที่ยังไม่เลิกเจ๊าะแจ๊ะหุบปากแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึก แย้จึงถีบขาเก้าอี้ของทันที่นั่งอยู่ด้านหน้าตนแทน เมื่อเห็นสายตาไม่เข้าใจ เขาก็พยักพเยิดให้มองอาจารย์ที่กำลังจ้องเป๋งมาทางกลุ่มเขา
มีอะไรสงสัยรึ นายทัน
เปล่าครับ เด็กหนุ่มก้มหน้างุด
งั้นตกลงว่างานโรงเรียนเดือนหน้า ห้องเราจะจัดการนิทรรศการงานทดลองทางวิทยาศาสตร์ ครูให้แบ่งกลุ่มๆ ละ 6 คนส่วนหัวหน้ากับรองหัวหน้าห้องให้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรแนะนำนักเรียนที่เข้ามาชมงานก็แล้วกัน กลุ่มไหนอยากจะนำเสนออะไรก็เขียนใส่กระดาษส่งไปให้ครูที่ห้องนะ
หลังจากนั้นอาจารย์สมสิริก็ปิดแฟ้มและส่งสัญญาณเลิกชั้นโฮมรูมเพื่อปล่อยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม เสียงเซ็งแซ่ราวนกกระจอกแตกรังดังขึ้นพร้อมกับการรวมกลุ่มที่ไวอย่างเหลือเชื่อ หนึ่งมองไปทางคนตัวเล็กซึ่งยืนหันรีหันขวางและกำลังจะอ้าปากเรียก
หนึ่ง ขอพวกเราอยู่ด้วยนะ
เด็กสาวหน้าตาน่ารักสามคนยืนม้วนอยู่ตรงหน้า ทันกับแย้ยิ้มกว้างเตรียมกล่าวต้อนรับ แต่หนึ่งกลับชิงพูดขึ้นก่อน
กลุ่มฉันขาดอีกสองคน จากนั้นเขาก็พุ่งไปทางเต้ซึ่งกำลังจะเดินไปหากลุ่มเด็กแว่นที่กวักมือเรียกหย็อยๆ และถึงตัวพอดีที่คนตัวเล็กยืนอยู่หน้าโต๊ะกลุ่มที่เรียกเขา
หมอนี่อยู่กลุ่มฉัน เสียงคำรามของคนตัวใหญ่ที่สุดในชั้นทำให้กลุ่มเด็กแว่นชะงัก หนึ่งคว้าต้นแขนและลากเต้ไปทางกลุ่มของตัวเอง
ปล่อยนะโว้ย ใครจะไปอยู่กลุ่มแก!! เต้โวยวายลั่น
หุบปาก!!!
เสียงตะคอกที่น่ากลัวกว่าตอนแกล้งเขาทำให้เต้หุบปากฉับ ไม่กี่วินาทีถัดมาเขาก็มายืนอยู่ในกลุ่มที่มีเด็กสาวสามคนยืนหันรีหันขวางเหมือนทำอะไรไม่ถูก
เธอ หนึ่งชี้ไปทางคนผมบ๊อบเทสั้นแต่สไลด์ตรงปลายอย่างเก๋ไก๋ ไปอยู่กลุ่มโน้นไป
ถ้าคนอื่นสั่งคงไม่เท่าไหร่ แต่หน้าตาที่เคยดูหล่อเหลาอารมณ์ดีอยู่เสมอตอนนี้น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก เด็กสาวจึงก้มหน้าแล้วเดินคอตกไปทางกลุ่มที่เต้เคยไปยืนอยู่ แย้มองตามร่างเล็กบางก่อนมาหยุดตรงใบหน้าคมของเพื่อนรักแล้วเคลื่อนลงไปทางไอ้แว่นผอมแห้งที่เขาไม่ชอบหน้า
อะไรที่ทำให้แกยอมรับใจตัวเองได้ซะทีวะ ไอ้หนึ่ง...
ผมมองยัยมุขเดินคอตกไปหาพวกนายกั้งอย่างสงสาร ถึงผมจะงงปนเสียวสันหลังว่าที่มันลากผมมาอยู่กลุ่มพวกมันนี่ต้องมีแผนร้ายแน่ แต่หน้าตาไอ้หนึ่งตอนนี้บอกตรงๆ ว่าผมแทบไม่กล้ามอง
แค่ประคองตัวให้ยืนอยู่เฉยๆ ได้นี่ก็เหลือเชื่อแล้ว
ทำไมหนึ่งไม่ให้มุขอยู่ด้วยล่ะ
ปู เด็กสาวหน้าตาน่ารักที่สุดในกลุ่มถามขึ้นเรียกสายตาของผมให้หยุดที่เธอ ผมไม่ได้ชื่นชมในความน่ารักของยัยปูหรอกนะ แต่เพิ่งเข้าใจคำว่าสวยใสไร้สมองเป็นยังไงก็คราวนี้เอง
หนึ่งเดาะลิ้นกับกระพุ้งแก้มมองยัยปูด้วยสายตาเย็นชา โธ่ถัง! ไม่เห็นหรือไงว่าตอนนี้ไอ้หน้าตี๋มันองค์ลงแล้ว
งั้นเธอไปแทนยัยมุขละกัน
ปูอ้าปากค้างและรีบเรียกหนึ่งทันทีเพราะมันทำท่าจะเรียกยัยมุขกลับมาจริงๆ หลังจากนั้นสองสาวก็เงียบไม่พูดไม่จา ความจริงแล้วตอนนี้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำเพราะจ้าวยังไม่ออกจากร่างลูกชายคุณนายกิมลั้ง
เอ้า!! แล้วจะทำอะไรล่ะ
เท่านั้นแหละ ถึงได้ฤกษ์ประชุมกันสักที
สัญญาณเลิกเรียนดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจที่ผ่อนออกมาอย่างยาวเหยียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนี้มันวันโลกาวินาศอะไรของผม ตั้งแต่ชั่วโมงโฮมรูมดูเหมือนผมจะต้องผูกติดกับคนที่เกลียดขี้หน้าที่สุดในโลก
หลังจากประชุมเสร็จ ผมเถียงกับยัยปูว่าควรใช้หนูถีบจักรในการทดลองเรื่องพลังงานเพราะเห็นว่ามันน่ารักและดึงดูดคนให้สนใจได้ดี ส่วนยัยปูกับยัยรุ้งบอกว่าใช้กล่องปริศนาดีกว่าเพราะสวยและประหยัดเนื้อที่ ส่วนเจ้าสามคนนั่นเอาแต่นั่งปิดปากเงียบไม่ออกความคิดเห็น หลังจากยังถกกันไม่เลิก หนึ่งก็ชวนทั้งกลุ่มไปกินข้าวกลางวันโดยมันเลี้ยงชุด A COMBO พร้อมไก่ทอดจริงๆ เพียงแต่พ่วงยัยรุ้งกับไอ้ทันเข้าไปด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้กินอาหารชุดแพงที่สุดของโรงเรียน
การถกเถียงมียกต่อไปจนเกือบโรงเรียนเลิกก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ก่อนหน้าชั่วโมงสุดท้ายเล็กน้อยหนึ่งเสนอว่าน่าจะไปประชุมกันต่อที่บ้านมัน ยัยสองคนนั่นดี๊ด๊าใหญ่ที่จะได้เหยียบคฤหาสน์หรูของเด็กหนุ่มที่รวยที่สุดในโรงเรียน แต่ผมส่ายหน้า
ต้องกลับไปช่วยแม่
จะแอบดอดไปทำอย่างอื่นมากกว่ามั้ง
หนึ่งดักคอพลางมองผมด้วยท่าทางเหยียดหยาม มันพูดถูกส่วนหนึ่งเพราะผมกะว่าจะแวะร้านเกมสักครึ่งชั่วโมงก่อนเข้าบ้านเพราะงานประกอบหัวไฟแช็คยังไม่เสร็จ แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าวันนี้เมฆจะมารับผมหรือเปล่า
ญาติสุดที่รักของนายจะมารับอีกใช่ไหมล่ะ
เกลียดใบหน้าที่ทำเหมือนรู้ดีนั่นจริงๆ ให้ตายเถอะ!!
ถึงใช่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแกนี่
โต้กลับทันควันและเห็นกองไฟหลังม่านตาของหนึ่งโชนแสงขึ้นทันใด แต่คราวนี้ผมไม่ยอมมันง่ายๆ แน่ต่อให้ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มก็เถอะ โชคดีที่หลังจากนั้นไม่นานอาจารย์ก็เข้ามาในห้องแล้วเริ่มวิชาสุดท้ายของวัน
ผมเดินออกจากห้องเรียนด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย ผ่านหน้าพวกยัยปูที่ซุบซิบอะไรบางอย่างแล้วชี้มายังผม จากที่กะไว้ว่าจะแวะร้านเกมก่อนเข้าบ้านแต่ตอนนี้กลับไม่มีอารมณ์เอาซะเลย ช่างเถอะ... กลับไปช่วยแม่ทำงานต่อก็ได้
หน้าประตูโรงเรียนไร้เงาร่างสูงอย่างที่คาดไว้ เฮ้ย! เปล่านะ ไม่คิดว่าเจ้านั่นจะมารับผมทุกวันหรอก แต่ผมอยากได้ความตื่นเต้นก่อนเข้าบ้านแทนความรู้สึกหดหู่อย่างตอนนี้
ไม่ไปบ้านฉันแน่นะโว้ย
หนึ่งโผล่หน้าออกมาจากซีรีย์ 7 สีดำวาววับ เชอะ! ต่อให้แกนั่งเฮลิคอปเตอร์มาฉันก็ไม่ไปโว้ย!!
ตามใจ ถ้าโครงการหนูถีบจักรแกไม่ผ่านร่างพิจารณาอย่ามาโวยทีหลังก็แล้วกัน
รถหรูเคลื่อนผ่านไปช้าๆ ราวกับต้องการเยาะเย้ยจนลับสายตา โธ่เว้ย! ไอ้บ้าเมฆ ทีวันนี้ล่ะไม่ยอมโผล่หัวมาช่วยกันบ้างเลย!!
คิดถึงใครอยู่รึ?
เสียงเนิบนาบดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงคุ้นตาตรงตึกแถวร้านค้าใกล้โรงเรียน ในมือของเมฆมีถุงกับข้าวสำเร็จ 2-3 อย่างแถมไก่ย่างห้าดาวอีกถุงใหญ่ แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือนายปีศาจไม่ได้มาแค่คนเดียว
แม่ มาไงครับเนี่ย
ผมยิ้มกว้างเมื่อเห็นแม่เดินตรงเข้ามาหา รู้สึกประหลาดใจยังไงบอกไม่ถูกเหมือนว่าวันนี้แม่สวยกว่าทุกวัน
แม่มาส่งงานแถวตลาดกับเมฆน่ะจ๊ะ เห็นโรงเรียนลูกใกล้เลิกแล้วเลยแวะมารับกลับบ้านพร้อมกัน
แล้วเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ทำไมวันนี้แม่ซื้อกับข้าวเยอะจัง
ผมถามพลางกระโดดเกาะแขนแม่ สัมผัสอุ่นละมุนช่วยปัดเป่าความรู้สึกหดหู่หายวับไปกับตา แม่เอื้อมมือมาลูบหัวผมเบาๆ
งานแม่เสร็จแล้วไงจ๊ะ วันนี้ได้เมฆช่วยก็เลยเสร็จเร็ว แล้ว...
คุณน้าถูกรางวัลที่ตลาด
เหมือนเซอร์ไพรส์จะไม่ทันใจนายปีศาจใจร้อน แต่คำพูดทะลุกลางปล้องทำให้ผมหันไปมองหน้าเมฆก่อนหันดูแม่อีกครั้ง ตอนนั้นเองผมจึงสังเกตเห็นว่าที่คอของแม่มีทองเส้นเบ้อเร่อสวมอยู่
ระ... รางวัลเป็นทองเหรอครับ
จ๊ะ เมฆช่วยจับน่ะ
เพียงเท่านั้นก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ผมหันไปทางคนที่แสร้งทำอมยิ้มไม่รู้ไม่ชี้และยักคิ้วให้เหมือนหยอกเย้า น่าแปลกที่คราวนี้ผมไม่นึกโกรธแถมยังยิ้มตามหมอนั่นอีกด้วย
ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อตอนนี้ผมดีใจจนแทบอยากกระโดดหอมแก้มเจ้าเมฆสักฟอด!