2007/Sep/14

ไอ้บ้าเมฆ จำไว้เลยนะ

ผมบ่นงึมงำขณะที่เดินไปตามทางที่เต็มไปด้วยหลุมอุกาบาตอีกครั้งในเช้าวันต่อมา อย่าเพิ่งหมั่นไส้ครับว่าผมจะบ่นอะไรนักหนาทั้งที่เมื่อวานเจ้าเมฆก็เอาใจซะขนาดนั้น ทั้งพาหายตัว ทั้งซื้อกันดั้มให้ ก็เพราะไอ้โมเดลที่ว่านี่แหละทำให้ผมต้องมาเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่อย่างนี้

หลังจากเมฆพาผมกลับบ้านด้วยวิธีลัด แค่ชั่วพริบตาผมก็มายืนอยู่หน้าประตูบ้านอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ชั่วพริบตาจริงๆ ครับ กระพริบตาทีเดียวก็มายืนอยู่หน้าบ้านแล้ว ยังไม่ทันได้รับรู้รสชาติของความตื่นเต้นอะไรสักเท่าไหร่เลย ขณะที่กำลังงงๆ เจ้าปีศาจก็ลากผมเข้าบ้าน พอเห็นสาเหตุที่มันให้ข้อเสนอกับผมก็แทบเป็นลม หนนี้แม่ผมรับงานประกอบหัวไฟแช็คมา แน่นอนว่าที่มันพาผมกลับมาเร็วก็เพราะต้องการให้ผมช่วยแม่ด้วย ผมก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมากมายหรอกครับ เป็นหน้าที่ลูกอยู่แล้ว แต่ที่โมโหจริงๆ ก็คงเป็นไอ้โมเดลกันดั้มมากว่า

โมเดลกันดั้มสวยงามเลิศเลอไร้ที่ติจริงๆ ทันทีที่ผมเห็นมันนี่แทบจะถลาเข้าไปหอมแก้มเจ้าเมฆสัก 4-5 รอบ เฮ้ย! ผมแค่อยากขอบคุณนะอย่าคิดลึก แต่ก็เกือบจะทำอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะถ้าโมเดลที่ว่าไม่ได้มีลูกเล่นอะไรใส่ไว้

ฉันใส่ออฟชั่นพิเศษให้ด้วย

เมฆมันพูดแค่นั้นแหละตอนที่ผมหยิบหุ่นยนต์สุดเท่ขึ้นมาดู ตอนแรกรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ที่เห็นมันขยับและผมคงจะนึกชอบมันจริงๆ ถ้ามันจะไม่ขยับมาหยิบเอาเงินในกระเป๋าเสื้อของผมไปกินหน้าตาเฉย

เฮ้ย!!

ผมร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นกันดั้มอ้าปากกลืนแบงก์ยี่สิบลงคอ แต่พอหันไปหาไอ้ปีศาจบ้าก็เห็นมันกุมท้องตัวงอ ยกมือปิดปากเหมือนสะกดเสียงหัวเราะแทบตายก่อนเฉลยเสียงสั่น

ฉัน... ทำให้มันเป็นกระ... ปุกออมสินรุ่นพิเศษน่ะ

แค่ได้ยินคำว่ากระปุกออมสิน ผมก็ลงมือเขย่าไอ้เจ้าหุ่นแสนแพงตัวนี้ทันที

ไม่มีประโยชน์หรอก มันจะคายเงินออกมาต่อเมื่อนายต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น

ไอ้บ้านี่!! แกหลอกฉันเรอะ

หลอกเหลิกอะไรกัน ฉันอุตส่าห์ซื้อของแพงให้นายนะ ไม่เห็นบุญคุณแล้วยังจะมากล่าวหากันอีกเรอะ

เมฆลอยหน้าลอยตาตอบ โธ่เว้ย!! นี่โกรธจริงๆ นะไอ้บ้า

ได้ของขวัญแล้วก็รีบๆ ทำการบ้านเข้า จะได้ลงไปช่วยแม่นาย เมฆหันไปมองนาฬิกาปลุกทรงสี่เหลี่ยมบนที่นอนผม ถ้าสองทุ่มยังทำการบ้านไม่เสร็จ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน

แล้วมันก็สะบัดก้นออกจากห้องไปหน้าตาเฉย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงไปช่วยแม่ผมทำงานแหละ ปัดโธ่! มันจะเนียนอยู่บ้านผมไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย

ผมมองนิ้วชี้ข้างหนึ่งที่พองขึ้นเป็นตาปลาพลางทอดถอนใจ ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ มันเกิดจากการประกอบหัวไฟแช็คนี่แหละ เวลาใส่หัวไฟแช็คมันจะมีช่วงหนึ่งที่ต้องออกแรงกดตัวปล่อยแก๊สให้ลงล็อก และเจ้าตัวนี้แหละแข็งได้ใจเลย พอออกแรงมากนิ้วก็จะไปโดนเขี้ยวสี่เหลี่ยม อันสองอันมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่จะเริ่มเจ็บนิ้วเมื่อกดเป็นหลักร้อย พอหลักพันนิ้วก็แดงเถือก พอขึ้นสองพันตาปลาเกิดทันที โอ้ แล้วอย่าคิดนะครับว่าได้เงินดี ไอ้ที่รับมาน่ะ ต้องกดสองร้อยสี่สิบตัวถึงจะได้ยี่สิบบาท โหดไหมล่ะ

เสียงแตรรถดังไล่หลังทำให้ผมต้องเดินเลี่ยงหลบไปอีกทาง ผ่านไปแค่คืนเดียวไม่ทำให้น้ำในหลุมอุกาบาตแห้งไปได้หรอก แต่ก็ยังดีที่เสื้อเปื้อนน้ำแดงเมื่อวานนี้ได้เจ้าเมฆช่วย เอ่อ... อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะแสดงปาฏิหาริย์อะไรให้ดูเป็นบุญตานะครับ ไม่มีทางหรอกสำหรับเจ้านั่น แต่ถึงอย่างนั้น ภาพที่เห็นก็เกือบทำให้ผมแทบหายโกรธมันไปได้ล่ะนะ

จิ้นเอาเองนะครับว่าเวลาปีศาจนั่งยองๆ ซักผ้าในกะละมังพลาสติกมันเป็นยังไง

ถึงเมฆยังคงรูปร่างมนุษย์ ไม่ได้มีเขางอกเวลาซักผ้า (ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงลงไปชักดิ้นชักงอแล้วล่ะ) แต่หน้ามันเหวอได้ใจมากตอนที่ผมเปิดประตูห้องน้ำไปเห็นในตอนเช้า

นึกแล้วก็ขำจนต้องกลั้นหัวเราะ แต่เสียงแป๊น แป๊นบ้าข้างหลังนี่ก็ช่างกวนประสาทดีแท้ ไม่ต้องบอกก็รู้น่าว่าใคร ไอ้คุณชายหนึ่ง ณ ตลาดสดคุณนายกิมลั้งเอ๊ย

ไอ้เต้ ขึ้นมา!!

CRV คันเดียวกับเมื่อวานแต่ไร้ร่างของลูกน้องผู้ภักดีสองคนอย่างที่ควรจะเป็น น่าแปลกแฮะที่วันนี้หนึ่งมาโรงเรียนคนเดียว

ไม่ได้ อย่าเพิ่งไว้ใจ บางทีพวกมันอาจจะแอบก้มหลบอยู่ใต้เบาะหลัง

เต้ เร็วๆ เดี๋ยวสาย!!

ไม่ต้อง ขอบใจ

ผมบอกไปในที่สุดก่อนเร่งฝีเท้า อีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงโรงเรียนแล้วจะเสียเวลาขึ้นรถทำไม ทว่ารถ CRV กลับแซงหน้าผมขึ้นไปอีกหน่อยแล้วจอดสนิท จากนั้นร่างสูงของลูกชายคุณนายกิมลั้งก็ก้าวลงมาจากรถ

ไปด้วยกัน

แล้วมันก็ล็อกคอผมให้เดินไปกับมัน ผมอ้าปากค้างไปสามวิก่อนสะบัดตัวอย่างแรง

ไม่ต้อง!!

เหอะน่า เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงข้าวกลางวันแกเอง

ฉันไม่ได้เห็นแก่กินขนาดนั้นนะเฟ้ย

ชุด A COMBO แถมไก่ทอดให้ด้วย

ผมชะงักกึกเมื่อได้ยิน ชุด A COMBO ที่หนึ่งว่าคือข้าวผัดอเมริกันทำเป็นรูปโดราเอมอนมีไข่ดาวโปะ ตบท้ายด้วยการโรยแฮมและหมูบดทอด แถมราคาต่อจานยังตั้งสี่สิบบาท เรียกได้ว่าเป็นอาหารชุดแพงที่สุดของโรงเรียน ว่าแต่มันมาไม้ไหนเนี่ยถึงจะเลี้ยงผมด้วยของแพงขนาดนี้

เออ เมื่ออาทิตย์ก่อนฉันเพิ่งซื้อ PS3 มาล่ะ ทั้งภาพทั้งเสียงงี้แหล่มสุดๆ ยิ่งตอนเล่นไฟนอล13 นะ สุดยอด!!

ฉันไม่ชอบเล่น RPG

รู้จุดประสงค์มันแล้วครับ ที่แท้ต้องการหยามว่าผมจนไม่มีปัญญาซื้อเครื่องเล่นราคาหลายหมื่นมาเล่นนั่นเอง แล้วเมื่อกี้ก็แค่แกล้งกระแนะกระแหนว่าคนอย่างผมคงไม่มีทางซื้ออาหารชุดแพงที่สุดกินแน่

ฉันต้องไปค้นดูก่อนเพราะส่วนใหญ่ฉันเล่นแนว Action ไม่ก็เกมฟุตบอล ไม่แน่ใจว่า...

แกต้องการอะไร

หนึ่งหยุดการพูดพร้อมกับชะงักฝีเท้า หมอนั่นมองผมด้วยสายตาเหมือนไม่เข้าใจ เหอะ! แกล้งทำได้เนียนดีนี่ แต่ขอโทษ คนอย่างผมไม่มีทางหลงกลมันหรอก

แกคิดรึว่าเอาของกินมาล่อหรือพูดเรื่องเกมแล้วคนอย่างฉันจะยอมเป็นขี้ข้าแกน่ะ ชิ!! รวยแล้วทำไมรึ ไอ้คุณชาย ฉันไม่เหมือนพวกไอ้แย้ไอ้ทันนะเว้ย ที่เห็นคนมีเงินเข้าหน่อยก็กระดิกหางตามต้อยๆ มาตั้งแต่ประถมสี่

แววตาหนึ่งเหมือนมีประกายไฟลุกขึ้นมาวูบก่อนทำหน้าเหมือนกับอยากพุ่งเข้ามาบีบคอผม แน่ล่ะสิ ยังไงมันก็ต้องเข้าข้างลูกน้องตัวเองวันยังค่ำและคนอย่างผมก็ไม่โง่พอจะยืนนิ่งๆ ให้มันฆ่าหรอกนะ พอพูดจบผมก็เผ่นแน่บเข้าโรงเรียนไปเลย

แม้วันนี้จะแปลกใจว่าวันนี้ไม่มีเงาของลูกน้องอย่างที่ควรจะเป็น แต่พอถึงเวลาเข้าเรียนพวกมันก็มารวมกลุ่มกันอีกครั้งที่หลังห้อง ทั้งสามซุบซิบอะไรบางอย่างที่ผมไม่ได้ยินและไม่อยากสนใจ แต่ถ้าเป็นแผนกลั่นแกล้งผมก็อีกเรื่อง

เมื่อวานเอ็งหายไปไหนวะ หนึ่ง พวกข้ารอตั้งนานก็เลยกลับกันไปก่อน แถมเมื่อเช้าก็ไม่รอกันอีก ทันหันไปถามเพื่อนโดยพยายามพูดเสียงเบาที่สุด ถึงเวลานี้จะเป็นชั่วโมงโฮมรูม แต่เด็กหนุ่มก็ไม่คิดกวนอารมณ์อาจารย์สมสิริผู้ได้ชื่อว่าเฮี้ยบเกือบที่สุดในโรงเรียน แต่คนที่น่ากลัวกว่ายังนิ่งเฉยไม่ตอบคำถาม

หรือแกจะโกรธเรื่องเมื่อวาน

รู้ก็ดี หนึ่งตอบเสียงเย็น

แย้มองใบหน้าคมคายของเพื่อนก่อนเบือนสายตาไปนอกหน้าต่าง นึกอยากจะถามเหมือนกันว่าเรื่องเมื่อวานคือเรื่องไหน แต่ถ้าทำแบบนั้นรอยร้าวที่เขาเริ่มรู้สึกได้ภายในกลุ่มคงยากประสานกันให้สนิท

ความจริงแล้วหนึ่งกับเต้รู้จักกันมาก่อนหน้าพวกเขาทั้งสองและตั้งป้อมเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งนานแล้ว นอกจากหนึ่งจะหน้าตาดีแล้วยังรวยมาก ส่วนเต้... เท่าที่เห็นหน้าตามันจืดยังกับอะไร ตัวก็เล็กผอมบาง เรียนไม่เก่งแถมจนอีกต่างหาก ที่น่ารำคาญที่สุดคือนิสัยติดจะเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใครนั่นแหละ ตอนแรกแย้คิดว่าเป็นเพราะหนึ่งหมั่นไส้อย่างที่เขารู้สึก แต่พอเวลาผ่านไปเขาชักไม่แน่ใจแล้วสิ่งที่ตัวเองคิดมันถูกต้อง

บางทีหนึ่งอาจรู้ตัวมานานแล้วแต่ไม่กล้ายอมรับก็ได้

เด็กหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งก่อนส่งสายตาเป็นทำนองให้ทันที่ยังไม่เลิกเจ๊าะแจ๊ะหุบปากแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึก แย้จึงถีบขาเก้าอี้ของทันที่นั่งอยู่ด้านหน้าตนแทน เมื่อเห็นสายตาไม่เข้าใจ เขาก็พยักพเยิดให้มองอาจารย์ที่กำลังจ้องเป๋งมาทางกลุ่มเขา

มีอะไรสงสัยรึ นายทัน 

เปล่าครับ เด็กหนุ่มก้มหน้างุด

งั้นตกลงว่างานโรงเรียนเดือนหน้า ห้องเราจะจัดการนิทรรศการงานทดลองทางวิทยาศาสตร์ ครูให้แบ่งกลุ่มๆ ละ 6 คนส่วนหัวหน้ากับรองหัวหน้าห้องให้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรแนะนำนักเรียนที่เข้ามาชมงานก็แล้วกัน กลุ่มไหนอยากจะนำเสนออะไรก็เขียนใส่กระดาษส่งไปให้ครูที่ห้องนะ

หลังจากนั้นอาจารย์สมสิริก็ปิดแฟ้มและส่งสัญญาณเลิกชั้นโฮมรูมเพื่อปล่อยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม เสียงเซ็งแซ่ราวนกกระจอกแตกรังดังขึ้นพร้อมกับการรวมกลุ่มที่ไวอย่างเหลือเชื่อ หนึ่งมองไปทางคนตัวเล็กซึ่งยืนหันรีหันขวางและกำลังจะอ้าปากเรียก

หนึ่ง ขอพวกเราอยู่ด้วยนะ

เด็กสาวหน้าตาน่ารักสามคนยืนม้วนอยู่ตรงหน้า ทันกับแย้ยิ้มกว้างเตรียมกล่าวต้อนรับ แต่หนึ่งกลับชิงพูดขึ้นก่อน

กลุ่มฉันขาดอีกสองคน จากนั้นเขาก็พุ่งไปทางเต้ซึ่งกำลังจะเดินไปหากลุ่มเด็กแว่นที่กวักมือเรียกหย็อยๆ และถึงตัวพอดีที่คนตัวเล็กยืนอยู่หน้าโต๊ะกลุ่มที่เรียกเขา

หมอนี่อยู่กลุ่มฉัน เสียงคำรามของคนตัวใหญ่ที่สุดในชั้นทำให้กลุ่มเด็กแว่นชะงัก หนึ่งคว้าต้นแขนและลากเต้ไปทางกลุ่มของตัวเอง

ปล่อยนะโว้ย ใครจะไปอยู่กลุ่มแก!! เต้โวยวายลั่น

หุบปาก!!!

เสียงตะคอกที่น่ากลัวกว่าตอนแกล้งเขาทำให้เต้หุบปากฉับ ไม่กี่วินาทีถัดมาเขาก็มายืนอยู่ในกลุ่มที่มีเด็กสาวสามคนยืนหันรีหันขวางเหมือนทำอะไรไม่ถูก

เธอ หนึ่งชี้ไปทางคนผมบ๊อบเทสั้นแต่สไลด์ตรงปลายอย่างเก๋ไก๋ ไปอยู่กลุ่มโน้นไป

ถ้าคนอื่นสั่งคงไม่เท่าไหร่ แต่หน้าตาที่เคยดูหล่อเหลาอารมณ์ดีอยู่เสมอตอนนี้น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก เด็กสาวจึงก้มหน้าแล้วเดินคอตกไปทางกลุ่มที่เต้เคยไปยืนอยู่ แย้มองตามร่างเล็กบางก่อนมาหยุดตรงใบหน้าคมของเพื่อนรักแล้วเคลื่อนลงไปทางไอ้แว่นผอมแห้งที่เขาไม่ชอบหน้า

อะไรที่ทำให้แกยอมรับใจตัวเองได้ซะทีวะ ไอ้หนึ่ง...

ผมมองยัยมุขเดินคอตกไปหาพวกนายกั้งอย่างสงสาร ถึงผมจะงงปนเสียวสันหลังว่าที่มันลากผมมาอยู่กลุ่มพวกมันนี่ต้องมีแผนร้ายแน่ แต่หน้าตาไอ้หนึ่งตอนนี้บอกตรงๆ ว่าผมแทบไม่กล้ามอง

แค่ประคองตัวให้ยืนอยู่เฉยๆ ได้นี่ก็เหลือเชื่อแล้ว

ทำไมหนึ่งไม่ให้มุขอยู่ด้วยล่ะ 

ปู เด็กสาวหน้าตาน่ารักที่สุดในกลุ่มถามขึ้นเรียกสายตาของผมให้หยุดที่เธอ ผมไม่ได้ชื่นชมในความน่ารักของยัยปูหรอกนะ แต่เพิ่งเข้าใจคำว่าสวยใสไร้สมองเป็นยังไงก็คราวนี้เอง

หนึ่งเดาะลิ้นกับกระพุ้งแก้มมองยัยปูด้วยสายตาเย็นชา โธ่ถัง! ไม่เห็นหรือไงว่าตอนนี้ไอ้หน้าตี๋มันองค์ลงแล้ว

งั้นเธอไปแทนยัยมุขละกัน

ปูอ้าปากค้างและรีบเรียกหนึ่งทันทีเพราะมันทำท่าจะเรียกยัยมุขกลับมาจริงๆ หลังจากนั้นสองสาวก็เงียบไม่พูดไม่จา ความจริงแล้วตอนนี้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำเพราะจ้าวยังไม่ออกจากร่างลูกชายคุณนายกิมลั้ง

เอ้า!! แล้วจะทำอะไรล่ะ

เท่านั้นแหละ ถึงได้ฤกษ์ประชุมกันสักที

สัญญาณเลิกเรียนดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจที่ผ่อนออกมาอย่างยาวเหยียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนี้มันวันโลกาวินาศอะไรของผม ตั้งแต่ชั่วโมงโฮมรูมดูเหมือนผมจะต้องผูกติดกับคนที่เกลียดขี้หน้าที่สุดในโลก

หลังจากประชุมเสร็จ ผมเถียงกับยัยปูว่าควรใช้หนูถีบจักรในการทดลองเรื่องพลังงานเพราะเห็นว่ามันน่ารักและดึงดูดคนให้สนใจได้ดี ส่วนยัยปูกับยัยรุ้งบอกว่าใช้กล่องปริศนาดีกว่าเพราะสวยและประหยัดเนื้อที่ ส่วนเจ้าสามคนนั่นเอาแต่นั่งปิดปากเงียบไม่ออกความคิดเห็น หลังจากยังถกกันไม่เลิก หนึ่งก็ชวนทั้งกลุ่มไปกินข้าวกลางวันโดยมันเลี้ยงชุด A COMBO พร้อมไก่ทอดจริงๆ เพียงแต่พ่วงยัยรุ้งกับไอ้ทันเข้าไปด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้กินอาหารชุดแพงที่สุดของโรงเรียน

การถกเถียงมียกต่อไปจนเกือบโรงเรียนเลิกก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ก่อนหน้าชั่วโมงสุดท้ายเล็กน้อยหนึ่งเสนอว่าน่าจะไปประชุมกันต่อที่บ้านมัน ยัยสองคนนั่นดี๊ด๊าใหญ่ที่จะได้เหยียบคฤหาสน์หรูของเด็กหนุ่มที่รวยที่สุดในโรงเรียน แต่ผมส่ายหน้า

ต้องกลับไปช่วยแม่

จะแอบดอดไปทำอย่างอื่นมากกว่ามั้ง

หนึ่งดักคอพลางมองผมด้วยท่าทางเหยียดหยาม มันพูดถูกส่วนหนึ่งเพราะผมกะว่าจะแวะร้านเกมสักครึ่งชั่วโมงก่อนเข้าบ้านเพราะงานประกอบหัวไฟแช็คยังไม่เสร็จ แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าวันนี้เมฆจะมารับผมหรือเปล่า

ญาติสุดที่รักของนายจะมารับอีกใช่ไหมล่ะ

เกลียดใบหน้าที่ทำเหมือนรู้ดีนั่นจริงๆ ให้ตายเถอะ!! 

ถึงใช่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแกนี่

โต้กลับทันควันและเห็นกองไฟหลังม่านตาของหนึ่งโชนแสงขึ้นทันใด แต่คราวนี้ผมไม่ยอมมันง่ายๆ แน่ต่อให้ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มก็เถอะ โชคดีที่หลังจากนั้นไม่นานอาจารย์ก็เข้ามาในห้องแล้วเริ่มวิชาสุดท้ายของวัน

ผมเดินออกจากห้องเรียนด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย ผ่านหน้าพวกยัยปูที่ซุบซิบอะไรบางอย่างแล้วชี้มายังผม จากที่กะไว้ว่าจะแวะร้านเกมก่อนเข้าบ้านแต่ตอนนี้กลับไม่มีอารมณ์เอาซะเลย ช่างเถอะ... กลับไปช่วยแม่ทำงานต่อก็ได้

หน้าประตูโรงเรียนไร้เงาร่างสูงอย่างที่คาดไว้ เฮ้ย! เปล่านะ ไม่คิดว่าเจ้านั่นจะมารับผมทุกวันหรอก แต่ผมอยากได้ความตื่นเต้นก่อนเข้าบ้านแทนความรู้สึกหดหู่อย่างตอนนี้

ไม่ไปบ้านฉันแน่นะโว้ย

หนึ่งโผล่หน้าออกมาจากซีรีย์ 7 สีดำวาววับ เชอะ! ต่อให้แกนั่งเฮลิคอปเตอร์มาฉันก็ไม่ไปโว้ย!!

ตามใจ ถ้าโครงการหนูถีบจักรแกไม่ผ่านร่างพิจารณาอย่ามาโวยทีหลังก็แล้วกัน

รถหรูเคลื่อนผ่านไปช้าๆ ราวกับต้องการเยาะเย้ยจนลับสายตา โธ่เว้ย! ไอ้บ้าเมฆ ทีวันนี้ล่ะไม่ยอมโผล่หัวมาช่วยกันบ้างเลย!!

คิดถึงใครอยู่รึ?

เสียงเนิบนาบดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงคุ้นตาตรงตึกแถวร้านค้าใกล้โรงเรียน ในมือของเมฆมีถุงกับข้าวสำเร็จ 2-3 อย่างแถมไก่ย่างห้าดาวอีกถุงใหญ่ แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือนายปีศาจไม่ได้มาแค่คนเดียว

แม่ มาไงครับเนี่ย

ผมยิ้มกว้างเมื่อเห็นแม่เดินตรงเข้ามาหา รู้สึกประหลาดใจยังไงบอกไม่ถูกเหมือนว่าวันนี้แม่สวยกว่าทุกวัน

แม่มาส่งงานแถวตลาดกับเมฆน่ะจ๊ะ เห็นโรงเรียนลูกใกล้เลิกแล้วเลยแวะมารับกลับบ้านพร้อมกัน

แล้วเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ทำไมวันนี้แม่ซื้อกับข้าวเยอะจัง

ผมถามพลางกระโดดเกาะแขนแม่ สัมผัสอุ่นละมุนช่วยปัดเป่าความรู้สึกหดหู่หายวับไปกับตา แม่เอื้อมมือมาลูบหัวผมเบาๆ

งานแม่เสร็จแล้วไงจ๊ะ วันนี้ได้เมฆช่วยก็เลยเสร็จเร็ว แล้ว...

คุณน้าถูกรางวัลที่ตลาด

เหมือนเซอร์ไพรส์จะไม่ทันใจนายปีศาจใจร้อน แต่คำพูดทะลุกลางปล้องทำให้ผมหันไปมองหน้าเมฆก่อนหันดูแม่อีกครั้ง ตอนนั้นเองผมจึงสังเกตเห็นว่าที่คอของแม่มีทองเส้นเบ้อเร่อสวมอยู่

ระ... รางวัลเป็นทองเหรอครับ

จ๊ะ เมฆช่วยจับน่ะ

เพียงเท่านั้นก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ผมหันไปทางคนที่แสร้งทำอมยิ้มไม่รู้ไม่ชี้และยักคิ้วให้เหมือนหยอกเย้า น่าแปลกที่คราวนี้ผมไม่นึกโกรธแถมยังยิ้มตามหมอนั่นอีกด้วย

ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อตอนนี้ผมดีใจจนแทบอยากกระโดดหอมแก้มเจ้าเมฆสักฟอด!

2007/Sep/13

สวัสดีค่ะ ทุกท่าน

อิจีโกะหายไปแสนนาน กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการสะสมการ์ตูนเรื่องหงสาจอมราชันย์ ได้อ่านแล้วยอมรับเลยว่าเป็นอีกหนึ่งการ์ตูนดี ผู้แปลดี แต่ดันไปอยู่สนพ.ไม่ดี (อ่าว) ก็ดันเจอข่าวมาอ่ะ ว่าจะรีปริ้นท์แค่ 1-10 อย่างน้อยรีถึง 21 ก็ยังดีเพราะเรื่องนี้หาซื้อยากมากๆ (ก็ของเค้าดีจริงๆ นี่) คนคิดเก็บสะสมอยากจะร้องไห้โฮ

บ่นจบไปเรื่อง วกเข้ามาอีกเรื่อง

ก็ยังเวียนวนกับการ์ตูนแหละฮ่ะ คนที่อ่านการ์ตูนมาเรียกได้ว่าเกือบทั้งชีวิตอย่างอิจี (เว้นไว้ 5 ปีนับแต่ลืมตาออกมาดูโลก) โดยรวมแล้วประมาณ 25 ปี ก็มีทั้งนักเขียนที่ชอบบ้างและไม่ชอบบ้าง ความคิดเห็นส่วนตัวไม่ว่าอะไรมากกับการจบปาหมอนของการ์ตูนดังเรื่องหนึ่ง เพราะคาดว่าถูกตัดจบ เพราะคนเขียนทิ้งเนื้อหาส่วนท้ายไว้ (ซึ่งคาดเดาว่าเขาอาจอยากเขียนไปถึงจุดนั้น) แต่นะ... วงการการ์ตูนญี่ปุ่นก็คือธุรกิจนี่นา ขายไม่ได้ก็สั่งจบ ทั้งที่บางเรื่องการ์ตูนดี (อย่างของคนเขียนมืออสูร 2 เรื่องหลังเขาก็เขียนดีนี่นา)

ทว่าอิจีก็มิใช่คนเรื่องมากในการอ่านการ์ตูน

อย่างเกสทัล หรือ เลิฟเลส ผลงานของโคกะ ยุง ที่ข้าพเจ้าพิสูจน์มาถึง 2 สนพ.และอาจฟันธงได้ว่าเพราะคนเขียนเขียนไม่รู้เรื่องเองมั้ง ไม่ได้อยู่ที่การแปล แต่ข้าพเจ้าอ่านทั้ง 2 เรื่องเน้อ ถึงมันดูสับสนแต่ก็ยังพอจับใจความได้นาว่าเกี่ยวกับอะไร และฝีมือภาพของโคกะก็ถือได้ว่างามทีเดียว แต่อิจีชอบเกสทัลมากกว่าเลิฟเลส คงเพราะไม่ชอบหูแมวบวกหูคนมั้ง ดูขัดๆ ตายังไงไม่รู้

แล้วจะมาบ่นเอาหน้ากระดาษทำไมเนี่ย

เปล่าค่ะ พอดีไปเห็นภาพที่ก่อให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย ความจริงก็หงุดหงิดตั้งแต่เห็นลายเส้นการ์ตูนดังของคนเขียนกลุ่มนี้ในยุคปัจจุบันแล้ว ดูยังไงมันก็ลอกเขามาชัดๆ


ถ้าจะให้พูดถึงนักเขียนการ์ตูนที่ไม่ชอบ มันน้อยซะยิ่งกว่าน้อย ส่วนใหญ่แล้วบรรทัดฐานการ์อ่านการ์ตูนของอิจีไม่เรื่องมากนะ ต่อให้ลายเส้นห่วยสนิทอย่าง HxH อิจีก็อ่าน (แต่หลังๆ รับไม่ได้เลยเลิกอ่าน) ดังนั้นเมื่อจบภาคกรีดไอส์แลนด์ อิจีก็เลยอัญเชิญการ์ตูนเรื่องนี้ออกจากชั้นหนังสือ เพราะฮิโซกะบทน้อยด้วย (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)

และพอเข้าสู่ยุคที่ใช้เงินมากนักไม่ได้ (ทั้งที่หาได้มากกว่าช่วงปีไหนๆ) อย่างว่าแหละ เขาว่าพอเงินเยอะ ภาระรับผิดชอบก็เยอะ ค่าน้ำ ไฟ โทร บัตรเครดิต สารพัดสารเพ แล้วตรูจะบ่นทำไมฟระ ข้ามๆ เดี๋ยวนอกเรื่อง


ยุคสมัยที่หมึกจีนยังบูมเรื่องการ์ตูนผู้หญิง สมัยที่ลิขฯ ยังไม่แพร่หลายอิจียังตามเก็บแทบจะทุกเรื่อง ทั้ง LaLa, Monthly ชื่อไทย ชื่อญี่ปุ่น และแน่นอนว่าได้เจอผลงานของชินโจ มายุ ตั้งแต่ลงในหมึกจีน ตอนแรกที่เห็นลายเส้น ยอมรับเลยว่าวาดผู้ชายได้ชวนฝันมากๆ ตาสวย ปากงาม หุ่มเฟิร์ม อ๊ากกกก หล่อโครตตตตตต ตอนนั้นอ่านโดยไม่สนเลยว่าเรื่องจะหื่นแค่ไหน ก็ผู้ชายหล่อนี่ แต่เชื่อไหมว่าอ่านได้ไม่กี่เรื่องก็เบื่อแล้ว เพราะงานไม่มีการพัฒนา ทั้งเส้น ทั้งมุม ทั้งพล็อต เดิมๆ ตลอด ดูได้แค่อย่างเดียวคือตัวผู้ชาย หลังจากนั้นไม่นานงานของชินโจ มายุ ก็เป็นอันต้องระเห็จออกจากชั้นหนังสือของข้าพเจ้าทั้งหมด ทุกเรื่อง (หลังๆ อ่านเลิฟ เซเลป ก็ยังไม่เห็นพัฒนาการของคนเขียนคนนี้แต่อย่างไร)

ต่อมาก็คือ งานของคนกลุ่มนี้ Clamp

อิจีโกะชอบแคลมป์ตั้งแต่เรื่องแรกที่เข้ามานั่นคือ โตเกียวบาบิโลน เห็นเรื่องนี้ครั้งแรกในทีวีแมกกาซีน หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องซื้อให้ได้ และก็ได้มาครอบครองในที่สุด ว๊า555+ตอนนั้นโตเกียวฯ แค่เล่มละ 15 บาทเองโดยสำนักพิมพ์ไพเรทแห่งหนึ่งซึ่งปิดตัวไปแล้ว โชคดีจริงๆ ที่ซื้อเก็บจนครบ และหลังจากนั้นอิจีก็กลายเป็นสาวก Clamp เก็บมันทุกเรื่อง

เคยได้อ่านบทสัมภาษณ์ แคลมป์เป็นกลุ่มนักเขียนที่จัดได้ว่าเรื่องมาก เพราะมีผู้จัดการ ทำอะไรทุกอย่างต้องผ่านผู้จัดการหมด อีกอย่างคือไม่ขึ้นกับที่ค่ายไหน แต่เพราะฮอต แต่ละค่ายต่างก็ง้อ แต่ใครจะสนล่ะ ก็คนมันเก่งนี่ ขอให้มีงานคุณภาพออกมา ยังไงก็ตามอ่าน จนกระทั่งถึงยุคที่เปลี่ยนลายเส้น ก็คือเปลี่ยนคนวาด เคยได้ยินว่าแคลมป์จะวนให้แต่ละคนวาดหมุนกันไปเรื่อยๆ ลายเส้นตาไข่ห่านจึงสิ้นสุดที่เมจิกไนท์ เรย์เอิร์ท ต่อมาก็คือยุคลายเส้นของ ซากุระและโชบิท

อิจีก็ยังติดตามอยู่ ถึงแม้เส้นเปลี่ยนไป แต่เรื่องก็ยังคงสนุกได้ในสไตล์แคลมป์ หลังจากที่ออกเรื่องยาวและหายไปไม่นานเท่าไหร่ แคลมป์ก็กลับมาอีกครั้ง

และหนนี้อิจีถึงกับเหวอสุดขีด

มันลายเส้นวันพีชชัดๆ

ทั้งมุม มุก เรียกได้ว่าแทบจะลอกเขามาเลย และนี่แหละ อิจีรับไม่ได้

ก็คนมันเคยวนเวียนวาดการ์ตูนอยู่ช่วงหนึ่ง อิจีจึงรับไม่ได้ต่อการลอกลายเส้นของนักเขียนไทย (ซึ่งบางคนเลยเถิดถึงขั้นลอกฉาก) เพราะบอกตรงๆ ว่าความรู้สึกก็เหมือนลอกผลงานการเขียนนั่นแหละ ซึ่งถ้าวาดเล่นก็จะไม่ว่า เพราะมันต้องมีแบบ แต่ไม่ใช่เอามาหากิน มัน 2RED และแสดงให้เห็นว่าพัฒนาการของนักวาดมีไม่พอ แต่ไม่คิดว่านักเขียนมีชื่อและวนเวียนในวงการนี้มาหลายปีจะกล้าลอกลายเส้นด้วย

และไม่ใช่แค่ลายเส้น ยังเอาแนวคิดเขามาอีก ฮ่วย!!

แต่อย่างน้อยเพราะเป็นสาวกแคลมป์มาแสนนานงานสองเรื่องล่าสุดก็ยังตามอ่าน แม้ตอนนี้จะคิดขายสึบาสะโครนิเคิลแล้วก็ตาม (ซึ่งห่วยสนิทในสายตาอิจี แคลมป์จะหากินกับมุกรวมดาราไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย)เอาเถอะน่า ไหนๆ ก็อ่านมาขนาดนี้ อ่านต่อไปก็ไม่เสียหลายใช่ป่ะ จนกระทั่งไปเห็นภาพหนึ่งเข้า

มันเป็นงานที่คล้ายจนถึงขั้นเหมือนของอจ.อากิโนะ มัตสึริ อย่างเหลือเกิน

ตอนนั้นความเกลียดมันเริ่มก่อตัวในใจอย่างเงียบเชียบ ก็อจ.อากิโนะน่ะ อิจีนับถือมากนะอ่านมาตั้งแต่ป.6 จากเรื่องแรกบริษัทกำจัดผี (จำชื่อไม่ได้ยาวเลยยืมชื่อของไพเรทที่ออกต่อมา)ตั้งแต่สมัยไม่มีลิขสิทธิ์ของสยามสปอร์ต (เล่มละ 12 บาท) และพยายามไม่พลาดงานอจ.อากิโนะ (เหมือนงานของคิคุจิ โชตะและฮิคาวะ เคียวโกะนั่นแหละ) แน่นอนว่าอจ.อากิโนะ โลดแล่นอยู่ในวงการมาก่อนแคลมป์แล้ว ถ้าเทียบกันแคลมป์ก็เพิ่งหัดเดินตอนที่อจ.มีชื่อเสียง ทำแบบนี้อิจีไม่ปลื้มว้อย!!

แต่ก็ยังอ่านต่อ -_-^

จนกระทั่งเจองานที่แคลมป์ไปวาดซึ่งเป็นของอจ.หยาง กวาง อิล (ตุลาการทมิฬ)

หลายท่านอาจไม่รู้ (หรือรู้แล้ว) ว่าอจ.หยางนั้นคือปรมาจารย์ที่อิจีชอบมากที่สุด ยอมรับนับถือมาแต่เรื่องซอมบี้ฮันเตอร์ (ประมาณ 6 ปีก่อน)อจ.คือสุดยอดลายเส้นระดับเทพ แน่นอนว่าวาดแนวเรียลได้งามงดชนิดที่ไม่มีใครเทียมแต่เอาไปลงแบบการ์ตูน (โห เทพโคด)แต่เจ้ากลุ่มนี้ก็ยังหาญกล้าจับงานของอจ.หยางมาเขียน ตอนที่ข้าพเจ้าเห็นนั้น ความโกรธเกลียดมันทะลักไปถึงไหนแล้ว ถึงแม้จะวาดเล่น แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายภาคหน้า คนกลุ่มนี้ที่หากินกับชื่อเสียงเก่าอาจลอกมาอีกครั้งก็ได้

ก็ในเมื่อวันพีชกับFMA ยังลอกมาอย่างเนียนๆ เลยนี่

ณ วันนี้สายตาของอิจีที่มองคนกลุ่มนี้เปลี่ยนไปแล้ว นอกจากฝีมือที่พัฒนาลงแล้ว (เส้นมันห่วยขึ้นเรื่อยๆ น่ะ)มุกของคนกลุ่มนี้ยังเริ่มเหมือนจนมุมเข้าทุกวันๆ จนถึงขั้นต้องยืมเส้นและแนวคิดของคนอื่นมาใช้

เอาเถอะ... ทางทำมาหากินของใครของมัน แต่สำหรับอิจี XXX HOLIC และสึบาสะคงเป็น2 เรื่องสุดท้ายและจะบอกเลิกศาลากับ Clamp ซะที


edit @ 2007/09/13 11:00:52

2007/Aug/16

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ใดและมีเนื้อหา Y ใครที่ไม่ชอบกรุณาปิดนิยายเรื่องนี้ได้เลยค่ะ

ข้อสุดท้าย: ไม่อนุญาตให้คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้นะคะ

********************************

วันที่ผมพบปีศาจ

ตอนที่ 6 (100%)

ไอ้บ้าเมฆ จำไว้เลยนะ

ผมคำรามอย่างเคียดแค้น (แน่นอนว่าแค่ในใจเท่านั้นแหละ) ขณะเดินไปตามถนนลูกรังและอีกไม่กี่เมตรข้างหน้าก็จะถึงโรงเรียนแล้ว ผมเขย่งก้าวและกระโดดหลบแอ่งน้ำขังเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่ว ถึงมันจะดูตลกก็เถอะ แต่ถ้าแลกกับการที่ต้องให้น้ำจากดินแดงนั่นเลอะเสื้อหรือถุงเท้าเข้าล่ะก็ ผมยอมเป็นตัวตลกดีกว่า เพราะมันซักยากจะตายชัก!

ไม่ต้องห่วงครับ เช้าก่อนเข้าเรียนอย่างนี้ไม่ได้มีผมคนเดียวหรอก บรรดานักเรียนส่วนใหญ่ก็ทำแบบเดียวกับผมนั่นแหละ ยกเว้น...

รถฮอนด้า CRV สีดำแล่นมาด้วยความเร็วชนิดไม่กลัวล้อแม็กกระเด็นออกจากตัวถัง เพราะหลุมอุกาบาตหน้าโรงเรียนผมเยอะพอๆ กับดาวอังคาร ไม่ต้องหันหลังไปมองก็รู้ว่ารถใคร ลูกเจ้าแม่ตลาดสด คุณชายหนึ่ง นั่นไง! แถมคนขับรถของมันยังปาดซ้ายป่ายขวา ทั้งที่ตอนนี้ทั้งซอยมีแต่เด็กนักเรียนเดินกันให้ขวั่ก

ได้ยินเสียงนักเรียนตะโกนด่าไล่หลังรถสวยนั่นกันขรม แต่ผมไม่มีเวลาหันไปดูและไม่คิดจะหันด้วย ถ้าพลาดแค่เสี้ยววินาที ผมอาจเป็นเหยื่อน้ำมฤตยูที่ทำให้กลายร่างเป็นไอ้ด่างจนกว่าจะขึ้นเทอมหน้าหรือจนกว่าแม่จะมีเงินซื้อเสื้อตัวใหม่ให้ ดังนั้นผมจึงเร่งฝีเท้าไปยังจุดที่ไม่มีน้ำขังและแน่นอนว่าต้องไกลเกินรัศมีล้อแม็กจะวิดน้ำมาโดนเสื้อด้วย

ทว่า...

เฮ้ย เต้ ไปด้วยกันป่ะ!

ชะงักเท้าทันใดพลางหันไปทางต้นเสียง ผิดคาดแฮะ! คนที่นั่งอยู่หลังหน้าต่างอัตโนมัติซึ่งเลื่อนลงมาจนสุดในวันนี้ไม่ใช่ไอ้หนึ่งอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นทันกับแย้ สองลูกสมุนคุณชายจอมยโสคนนั้นต่างหาก

ไม่ ผมกระชากเสียงและยืนนิ่งอยู่ เพราะห่างไปอีกหน่อยจะเป็นแอ่งน้ำขังแถมใหญ่เสียด้วย กะว่าจะรอให้ CRV ผ่านไปก่อน

ไม่ต้องเกรงใจหรอก วันนี้ไอ้หนึ่งไม่มา พวกข้าไปหามันตอนเช้าแต่แม่กิมลั้งบอกว่ามันไม่สบาย เลยให้คนขับรถมาส่งพวกข้านี่ไง

แอร์เย็นฉ่ำจากรถหรูทำให้ผมเริ่มลังเล ไม่มีสักครั้งที่ผมจะมีโอกาสได้นั่งรถราคาแพงระยับอย่างนี้ และไม่แน่ว่าอนาคตก็คงไม่มีโอกาสอีกด้วย

เร็วเว้ย!! โรงเรียนจะเข้าแล้ว

แย้ตะโกนเร่งจากด้านใน ผมรีบก้าวเท้าไปยืนใกล้รถ และในตอนที่กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูนั้นเอง...

ไอ้ทันให้เอ็งขึ้น แต่ข้าไม่ให้ขึ้นเว้ย

สิ้นคำพูดของแย้ ถุงพลาสติกบรรจุของเหลวสีแดงก็ลอยจากมือมันมาปะทะหัวผมอย่างจัง ทันทีที่ถุงแตก ของเหลวข้นหนืดที่ผมเพิ่งรู้ว่ามันคือน้ำหวานเฮลซ์บลูบอยก็เลอะเปรอะทั่วทั้งเส้นผมและใบหน้า ที่สำคัญ... เสื้อสีขาวของผมไปซะแล้ว ToT

ข้าบอกให้คนขับรถไปเร็วๆ ไม่ได้ให้เอ็งเสนอหน้าขึ้นมาบนนี้สักหน่อย อย่างแกน่ะนะไอ้เต้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะรถคันนี้หรอกโว้ย

คราวนี้ทั้งแย้และทันต่างหัวเราะประสานเสียง แถมคนขับรถก็รีบขับบึ่งออกไปอย่างกับนัดแนะกันไว้ คราวนี้ผมกลายเป็นตัวตลกจริงๆ เพราะไม่มีนักเรียนคนไหนหรอกที่ต้องเลอะเฮลซ์บลูบอยตั้งแต่เช้าเหมือนผม

งี่เง่าชะมัด

ผมด่าตัวเองด้วยความรู้สึกจากใจจริง

หนึ่งเดินเข้าห้องเรียนหลังจากที่ผมล้างเอาน้ำหวานออกจากตัวไปได้บางส่วนและนั่งประจำที่ตัวเองแล้ว มันมองผมด้วยหางตาแวบหนึ่งแล้วขมวดคิ้วก่อนเดินไปนั่งที่หลังห้อง ซึ่งเป็นทั้งที่นั่งประจำและแหล่งซ่องสุมของจอมวายร้ายทั้งสามนั่นแหละ สักพักพวกมันทั้งสามก็ออกไปจากห้องเรียนหน้าตาเฉย ไม่สนใจเลยว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มเรียนแล้ว หรือแม้แต่ตอนที่มันเดินออกไปนั้นแทบจะชนกับครูผู้สอนด้วยซ้ำ

นั่นพวกเธอจะไปไหนน่ะ ครูโฉมเฉลา สอนสังคมในตอนเช้าของวันนี้ถามด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก

ห้องน้ำคับ คุณคู แย้ตอบกลับมาด้วยเสียงกวนประสาท

หลังจากนั้น พวกมันก็หายไปจนกระทั่งหมดชั่วโมงวิชาสังคม ทั้งสามโผล่หัวเข้ามาในห้องอีกครั้งด้วยสภาพเหมือนกับที่ตอนออกไป แต่น่าประหลาด... ผมกลับรู้สึกว่าพวกมันดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด หน้าตาหยิ่งยโสของหนึ่งเชิดขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ทันกับแย้เอาแต่ขมวดคิ้ว พูดตรงๆ แบบไม่เข้าข้างลูกตาตัวเองเลยนะ ผมว่าพวกมันทะเลาะกันแหง

ช่างหัวมันปะไรเล่า

คิดในใจทั้งที่อยากรู้จน... เอ่อ ไม่ถึงกับตัวสั่นหรอกครับ แค่อยากรู้เฉยๆ ก็พวกมันสนิทแถมเข้ากันดีจะตายไป (โดยเฉพาะตอนแกล้งผม) อย่างไรก็ตาม ความสงสัยมันอยู่ได้ไม่นานหรอกสำหรับผม พอวิชาใหม่เริ่มต้นผมก็แทบจะลืมไปสนิท และลืมถาวรไปเลยเมื่อขึ้นวิชาที่สามซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายของภาคเช้า

ผมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีหลังจากที่ทั้งชั้นกล่าวบอกลาครูผู้สอน เพราะอาการคันคะเยอจากฤทธิ์น้ำหวานเฮลซ์บลูบอยมันเล่นงานตั้งแต่ยังไม่หมดคาบสองด้วยซ้ำ พอเข้าไปก็เปิดก๊อกล้างหัวล้างหู ไม่สนใจเลยว่ามีใครเดินตามหลังมาแล้วปิดประตูห้องน้ำหลังจากผมเปิดก๊อกได้ไม่กี่นาที

คันมากล่ะสิ

ผมเงยหน้าทันทีที่ได้ยินเสียง อารมณ์ถึงจุดเดือดกะทันหันเมื่อเห็นหัวหน้าแก๊งค์ปีศาจ ณ ตลาดสดคุณนายกิมลั้งยืนเอาสองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สีหน้าของหนึ่งตอนนี้ผมบอกไม่ถูกว่าเป็นแบบไหน รู้อยู่อย่างเดียวว่าแบบไหนก็ไม่ชอบทั้งนั้น ถ้าเป็นหน้าของไอ้คุณชายคนนี้

ตามมาจับฉันยัดโถส้วมหรือไง ผมประชด

อยากให้ทำหรือไง หนึ่งว่าแล้วเดินเข้ามาหา มันชำเลืองไปทางปอยผมที่เปียกน้ำของผมก่อนจ้องหน้า

แกก็ลองดูสิ จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องลงไปอยู่ในโถส้วม บอกพลางเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำ จังหวะที่ละสายตาไปนั้นผมรู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนอยู่ตรงแก้ม สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอะไรที่ว่ามันคืออะไร

อย่าจับโว้ย!! ผมตะคอกและปัดมือหนึ่งอย่างแรงก่อนพุ่งเข้าต่อยหน้าของมันอีกหนึ่งหมัด... มาเดี่ยวอย่างนี้ คิดว่าจะกลัวเรอะ!!!

ใบหน้าของหนึ่งหันไปตามแรงชกแต่ลำตัวไม่ได้ขยับสักนิด แน่ล่ะ... ถึงรูปร่างมันจะเล็กเมื่อเทียบกับเมฆแต่ถ้ากับผมแล้วก็เรียกได้ว่ามวยคนละรุ่น ยังงั้นก็เถอะ ถึงเชิงมวยยังอ่อนหัดแต่ผมเป็นลูกผู้ชายเต็มร้อย โอกาสล้างแค้นแบบทบต้นทบดอกมีไม่บ่อย ดังนั้นผมจึงเหวี่ยงหมัดอีกข้างหวังจะฮุคปลายคางให้มันลงไปนอนกอง

แต่หนึ่งมันรู้ทางผมแล้ว คราวนี้มันเบี่ยงตัวหลบและจับข้อมือที่ผ่านหน้าไปแบบฉิวเฉียดไว้ ก่อนรวบอีกข้างที่ตามมาติดๆ แล้วกระชากตัวผมให้เสียหลักทั้งที่ยังไม่ปล่อยข้อมือ ดังนั้นผมจึงถลาไปกระแทกกับแผ่นอกของมันเข้าอย่างจัง

ผมดิ้นรนจากพันธนาการอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเงยหน้าขึ้นเพื่อเตรียมต่อว่า พลันนั้นกลับต้องชะงักเพราะใบหน้าของหนึ่งอยู่ใกล้... ใกล้มากซะจนเห็นกระทั่งไฝขนาดเล็กแทรกอยู่ในคิ้วเข้มดกของมัน

ปล่อยโว้ย

หนึ่งกระพริบตาแล้วทำตามที่ผมสั่ง อาการปล่อยของมันเหมือนคนตกใจมากกว่าอย่างอื่นเพราะไม่มีแรงเหวี่ยงหรือสะบัดอะไรเลย เป็นการปล่อยแบบแบมือออกจากกันแค่นั้น

ผมผลักหนึ่งให้พ้นทางก่อนเปิดประตูออกจากห้องน้ำ ด้วยความโมโหจัดจึงไม่ได้ยินเสียงปุ่มล๊อกที่ถูกคลายออกในช่วงหมุนลูกบิดประตู และผมก็เกลียดหนึ่งมากซะจนไม่คิดหันกลับไปมองแม้แต่น้อย ดังนั้นผมจึงไม่เห็นว่าตอนนี้มือทั้งสองข้างของหนึ่งกำลังประกบอยู่ที่ปากของมัน

มารู้ทีหลังก็ช่วงภาคบ่าย...

คนที่เข้าห้องน้ำหลังผมเป็นนักเรียนห้องเดียวกัน พวกนั้นเมาท์ (แน่นอนว่าลับหลัง) หนึ่งว่ามันดมกาวอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ผมฟังแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ความจริงผมรู้จักหนึ่งมาตั้งแต่สมัย ป. 5 คนอย่างเจ้านั่นถึงจะชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าเช่นผม แถมเป็นคุณชายซ้ำชั้นที่คบหญิงไม่เลือกหน้า ออกไปซิ่งมอร์เตอร์ไซค์ยามดึกหาเด็กแว้นท์บ้างแต่มันก็ไม่เคยข้องแวะกับยาเสพติดเลยสักครั้ง จำได้ว่ากระทั่งบุหรี่มันก็ไม่สูบเพราะแพ้กลิ่นและควันบุหรี่

แล้วคนแพ้ควันแพ้กลิ่นนี่มันจะไปดมกาวได้ไงวะ?

ความสงสัยก็แค่ความสงสัย ที่จริงหนึ่งจะเป็นอะไรยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผมสักนิด แต่ก็แอบไม่พอใจเล็กน้อยที่มันถูกกล่าวหาในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำหรือไม่มีวันทำได้ เออ... แล้วผมจะคิดอีกทำไมหว่า ในเมื่อหลังเลิกเรียนมีอะไรสนุกๆ รอผมอยู่

ผมยิ้มกริ่มพลางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบธนบัตรสีเขียวค่อนข้างเก่าขึ้นมาดู... เงินยี่สิบบาทนี่คงพอจะทำให้ผมเล่นเกมตู้ได้สักสองชั่วโมงล่ะนะ ขอไประบายเครียดที่วันนี้โดนแกล้งหน่อยเถอะ คิดแล้วก็พับแบงก์ใบเก่าครึ่งหนึ่งแล้วใส่ในกระเป๋าเสื้อ ตบเบาๆ สองสามทีเพื่อให้เนื้อผ้าหุบไปชนกับสาปด้านใน พลันนั้นผมได้ยินเสียงใครบางคนลอยมาเข้าหู

ที่ไม่ยอมกินข้าวเพราะจะเอาเงินไปหยอดตู้เกมอีกแล้วใช่ไหม?

รำคาญน่า!! ไอ้เมะ...

สะบัดหน้าไปตามเสียงเรียกแล้วต้องแปลกใจ เพราะคนที่ยืนทำหน้าบึ้งอยู่ข้างโต๊ะคือไอ้คุณชายซ้ำชั้นไม่ใช่เจ้าปีศาจบ้านั่น จะว่าไปนี่มันที่โรงเรียน... ถ้าเมฆมันมายืนอยู่ตรงนี้ได้ทันทีก็เป็นเรื่องสยองเกินไปหน่อยล่ะ ถึงความจริงมันจะทำได้ก็ตามเถอะ

ตกลงนายรักแม่นายจริงหรือเปล่า หา! ไอ้เต้

อย่าใส่เกือก อยากโดนต่อยอีกหรือไง!!

พูดขู่ทั้งที่ไม่มองหน้า... ให้ตายสิ! นี่หนึ่งมันโดนไอ้ปีศาจเมฆสิงใช่ไหมเนี่ย ถึงพูดอะไรได้คล้ายกันขนาดนี้!

แต่หนึ่งก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ มันยืนเฉยอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง...

สวบ!!

ถุงพลาสติกสีขาวมีโลโก้ 7-11 วางอยู่ตรงหน้า ผมขมวดคิ้วพลางเงยหน้าขึ้นมองศัตรูคู่อาฆาตอย่างสงสัย แต่หนึ่งกลับเบือนหนีไปอีกทางก่อนส่งเสียงเบาดุจเสียงกระซิบ ทว่าดังพอที่ผมจะได้ยิน...

กินซะ พูดจบมันก็เดินหนีไปเลย

ผมมองตามแผ่นหลังกว้างแล้วขมวดคิ้วอีกครั้ง... นี่หมัดผมแรงขนาดทำให้จิตชั่วในสมองคนกระเด็นหายไปได้เลยรึนี่!? ไม่สิ... มันต้องเป็นกับดัก ของนี่หมดอายุแล้วแน่ๆ

คิดแล้วก็หยิบขนมปังแซนวิชหมูหยองออกมาจากถุง...

อ้าว ก็ของใหม่นี่หว่า ผมคิดขณะตรวจสอบวันหมดอายุเรียบร้อยแล้ว

ชักจะยังไงๆ ซะแล้ว อยู่ๆ หนึ่งมันก็มาทำดีกับผมเนี่ยนะ โอ้ว จอร์จ!! สิ่งมหัศจรรย์ของโลก... ไม่สิ! หรือคราวนี้โลกจะถึงกาลพินาศแล้วจริงๆ

ประชดในใจไปอย่างนั้นแหละ เมื่อแน่ใจแล้วว่าขนมปังไม่ได้หมดอายุและหนึ่งก็ไม่ได้แกล้งชัวร์ ผมจึงแกะห่อขนมปังยัดเข้าปากด้วยความหิวโหย

ทันมองเพื่อนผู้ยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆ พลางหันไปหาเพื่อนสนิทอีกคน แย้สบตาแล้วยักไหล่ทำสีหน้าเหมือนจะบอกว่า อย่าถาม... ไม่เข้าใจไอ้หนึ่งมันเหมือนกัน ก่อนเบือนหน้าไปทางอื่น

ช่วงเช้า หนึ่งเรียกพวกเขาสองคนออกไปตำหนิ ตอนแรกทั้งคู่คิดว่าหนึ่งจะด่าพวกเขาเรื่องที่ไม่ยอมรอให้หนึ่งทำธุระส่วนตัวเสร็จแถมขอแม่กิมลั้งให้เอา CRV ออกมาส่งพวกตนซะอีก แต่เรื่องกลับเป็นว่าหนึ่งอาละวาดใส่พวกเขาเพราะเรื่องน้ำหวานบนเสื้อของเต้ ทั้งที่เมื่อก่อนมันเป็นคนริเริ่มด้วยซ้ำ

เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขากันแน่?

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สงสัยก็เป็นได้แค่ความสงสัย ด้วยนิสัยและอิทธิพลของหนึ่ง เขาไม่มีทางจะถามมันตรงๆ กับเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้แน่...

แค่ตอนนี้เท่านั้น...

เสียงกริ่งสัญญาณโรงเรียนเลิกดังขึ้นพร้อมกับที่ผมหยิบหนังสือยัดใส่กระเป๋าด้วยท่าทางเร่งรีบและหลั่นล้า จะไม่ให้ดีใจได้ไง เกม House of evil สุดโปรดกำลังรอผมอยู่ที่ร้านเกมตู้เจ้าประจำ วันนี้แหละ ผมจะยิง ยิง ยิง และยิงให้สาแก่ใจ!

แต่เมื่อสาวเท้าไปจนถึงหน้าโรงเรียน สายตาผมพลันเหลือบไปเห็นเงาหัวคุ้นเคยของใครคนหนึ่งอยู่ด้านนอกของรั้ว... ทว่าสมองยังไม่ทันประมวลคำตอบ เจ้าของเงาที่ว่าก็โผล่หน้าออกมาให้เห็นแถมยังเหยียดยิ้มที่ดูเหมือนกับกำลังเยาะเย้ยผมอีกด้วยแน่ะ

อะ... ไอ้เมฆ!!

แม่นายให้ฉันมาซื้อกับข้าว เลยแวะมารอนายกลับพร้อมกัน

เมฆก้าวเข้ามาใกล้ผมที่ยืนตาค้างอ้าปากหวอเพราะถูกผีหลอกตอนกลางวันแสกๆ มันแสยะยิ้มเยาะอีกทีก่อนเหวี่ยงแขนมาล๊อกคอลากผมให้ไปด้วยกันกับมัน

กลับบ้านได้แล้ว

ไม่น้า~~~ เกมของโผมมมม TOT

อย่าร้องน่า วันนี้ฉันมีของจะให้แกด้วย เพิ่งซื้อมาเลยนะแต่อยู่ที่บ้าน

ฉันไม่ใช่เด็กนะโว้ย ถึงต้องเอาของมาล่อเพื่อให้กลับบ้านน่ะ

ผมโวยวายทั้งน้ำตา (แกล้งทำหน้าเหยเกไปงั้นเองแหละ ไม่ได้ร้องไห้จริงๆ หรอก) แต่เมฆก็ยังไม่ยอมปล่อยคอผมอยู่ดี มันโน้มหน้าลงมาใกล้จนปากแทบจะชิดใบหูผมอยู่แล้ว ผมขยับตัวเล็กน้อยเพราะเกิดร้อนๆ หนาวๆ กะทันหันคิดว่ามันจะฉวยโอกาสอีก ทว่า...

โมเดลกันดั้ม ไม่สนแน่นะ

เฮ้ย! จริงดิ แกเอาเงินจากไหนไปซื้อของแพงขนาดนั้นวะ!!

ผมร้องและเงยหน้าขึ้นทันที อารมณ์ตื่นเต้นจึงลืมไปสนิทว่าหน้าปีศาจมันอยู่ระดับประชิดแบบที่แค่ขยับหน้าสักนิดปากก็ชนกัน แต่เหมือนกับรู้ในข้อนี้ดี เมฆจึงเบี่ยงหน้าออกเล็กน้อย... แค่เล็กน้อยจริงๆ

นายคิดว่าฉันเป็นอะไรล่ะ หือ

ว่าแล้วก็ยิ้ม เป็นยิ้มที่สาวไหนมาเห็นล่ะก็ระทดระทวยได้ง่ายๆ เลยล่ะ ขนาดผมยังเผลอใจเต้นไปหน่อย เฮ้ย! ไม่ใช่!! เพราะโมเดลกันดั้มต่างหาก!!!

เมฆยกหัวขึ้นในระดับปกติและหัวเราะแม้ว่าจะยังไม่ปล่อยคอผมก็เถอะ ช่างมัน! จะล๊อกคอจนไปถึงบ้านเลยก็ยอม จะให้อดเล่มเกมสักอาทิตย์ก็ได้ เพราะผมกำลังจะเป็นเจ้าของโมเดลกันดั้ม กันดั้มเชียวนะ!!

ผมตื่นเต้นจนแทบอยากวิ่งกลับบ้านซะเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ได้! ผมต้องแสดงให้มันเห็นว่าผมไม่อยากได้ของของคนแปลกหน้า ถึงไอ้คนแปลกหน้ามันจะหน้าตาดีและเป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ห้องเดียวกันมาสองวันแล้วก็ตาม

ไม่ต้องตื่นเต้น โมเดลไม่หายไปไหนหรอก เมฆว่าก่อนยิ้มอย่างรู้ทัน

คะ... ใครตื่นเต้น ฉะ... ฉันไม่ชอบรับของจากคนไม่สนิท รู้ไว้ซะ

งั้น นายจะไม่เอา?

เอาสิ!! ว่าแต่นายเถอะ ให้แล้วให้เลยนะเฟ้ย

เมฆปล่อยคอผมทันทีแล้วนั่งหัวเราะจนตัวงอ ไอ้บ้านี่! โดนรู้ทันแบบนี้ คนเขาก็เขินเป็นนะโว้ย

โอเคๆ เดี๋ยวรอให้ถนนปลอดคนก่อน ฉันจะพานายกลับบ้านแบบ ด่วนที่สุด เลยแล้วกัน

เหอ? ผมมองซ้ายมองขวา ข้างหน้าและ... เออ ข้างหลังมีคนเดินอยู่จริงด้วย

แล้วด่วนที่สุดที่นายว่า ยังไงเหรอ

เมฆยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน ก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยสองคำสั้นๆ แต่ทำให้ผมตื่นเต้นจนแทบลมใส่อีกรอบ

หายตัว

โอ้ว! สิ่งศักดิ์สิทธิ์! วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลย [~^o^]/


edit @ 2007/08/18 12:17:04