นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ใดและมีเนื้อหา Y ใครที่ไม่ชอบกรุณาปิดนิยายเรื่องนี้ได้เลยค่ะ
ข้อสุดท้าย: ไม่อนุญาตให้คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้นะคะ
********************************
วันที่ผมพบปีศาจ
ตอนที่ 5
ผมสะดุ้งตื่นอีกครั้งในกลางดึกของคืนนั้น น่าแปลกที่หนนี้ผมรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมากะทันหันทั้งที่ปกติแล้วจะรู้สึกเหมือนกับนอนหลับไปแล้วเพิ่งตื่น ผมค่อยๆ ลุกพลางทุบหัวตัวเอง 2-3 ครั้งเพื่อไล่ความเจ็บปวด แต่เมื่อเห็นดวงตาของใครคนหนึ่งจ้องมา ความรู้สึกปวดเมื่อกี้ก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง ผมรีบกระเด้งตัวขึ้นและควานหาสิ่งของที่พอจะใช้ต่างอาวุธได้ทันที
ยะ... อย่าเข้ามานะโว้ย!! หะ... เห็นหรือเปล่าว่าฉะ... ฉันมีอาวุธ!!
ผมชูไม้บรรทัดพลาสติกและแกว่งมันเป็นเชิงขู่ แม้จะดูน่าสมเพชไปบ้างก็เถอะ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ ใครมันจะมีปัญหาไปหาอะไรที่ดีกว่านี้ได้ทันกันเล่า
แต่เจ้าปีศาจกลับมองผมด้วยดวงตาเฉยชา ว่าไปแล้วมันเจือไปด้วยความเศร้าด้วยซ้ำ หมอนั่นมองไม้บรรทัดแวบหนึ่งก่อนถาม
นายเป็นไงมั่ง
น้ำเสียงหดหู่คล้ายสำนึกผิดมันทำให้ใจผมถึงกับกระตุกวูบและเผลอลดมือที่ชูไม้บรรทัดอย่างลืมตัว แต่เมื่อระลึกขึ้นได้ว่าหลงกลเจ้าปีศาจเมฆมาหลายรอบแล้ว ผมก็รีบยกมันขึ้นมาแกว่งต่อก่อนตอบคำถาม
กะ... ก็อย่างที่นายเห็น ฉะ... ฉันยังมีแรงเหลือเฟือ... ผมชะงักไปครู่ก่อนเอ่ยคำว่า เฟ้ย! เพื่อเสริมความน่าเกรงขาม
ฉันขอโทษ
เออ... แล้วจำไว้ว่า... หา! เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ
ผมจ้องเมฆอย่างไม่เชื่อหู แต่หมอนั่นกลับชำเลืองมองผมแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าลงซบหัวเข่าตัวเอง เสยเรือนผมดำขลับเป็นเงางามด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ ผมเบะปากและเกือบพูดประชดหมอนั่นแล้วถ้าหางตาไม่บังเอิญเหลือบไปเห็นว่าใบหูแหลมๆ ของเจ้านั่นกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดง
อย่าให้ฉันพูดซ้ำได้ไหม
เสียงเมฆแผ่วเบาแต่ผมก็ได้ยินเต็มสองรูหู และอาจหัวเราะกับท่าทางของหมอนั่นถ้ามันไม่เงยหน้าขึ้นมาเสียก่อน แต่หลังจากนั้นเมฆกลับล้มตัวลงแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมโปงนอนเงียบแทบในทันที
โอ้ว จอร์จตกใจ! เพิ่งรู้ว่าปีศาจก็เขินเป็น!!
พรู่ด... อุ๊บ!
ผมรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ... แหงล่ะครับ ขืนปล่อยก๊ากกลางดึกขนาดนี้ ผมคงได้รับคำอวยพรไม่พึงประสงค์จากบ้านข้างเคียงและคุณแม่(ซึ่งคนหลังคงมีมากกว่าคำอวยพร) ดังนั้นผมจึงต้องกลั้นหายใจจนน้ำหูน้ำตาเล็ดกว่าจะปรับเสียงตัวเองให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
เออ... ทีหลังนายอย่าทำอีกก็แล้วกัน
เมฆผุดลุกขึ้นนั่งแล้วหันมองผมด้วยสายตาประหลาด คิ้วของเจ้านั่นขมวดแทบกลายเป็นเงื่อนถ้าหากว่ามันอยู่ชิดกันมากกว่านี้อีกสักหน่อย
ใครว่าฉันขอโทษนายเรื่องนั้นกัน!
ผมอ้าปากค้างกับคำพูดเจ้าปีศาจหน้าหล่อก่อนเริ่มขยับปาก ทว่ายังไม่ทันได้ออกเสียงเมฆก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
ฉันไม่ได้คิดจะเลิกทำ ฉันแค่อยากขอโทษที่รุนแรงกับนายเพราะบังคับตัวเองไม่ได้ก็เท่านั้น
แกอย่าพูดบ้าๆ นะเฟ้ย หมายความว่าไอ้ที่ผ่านๆ มาแกบังคับตัวเองไม่ได้หรือไง!!
ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น นายไม่เข้าใจ
ก็หัดอธิบายอะไรให้มันน่าเข้าใจหน่อยสิวะ!!!
ตะคอกจบก็เพิ่งมาสำนึกว่าสายไปเสียแล้ว อาการฟิวส์ขาดทำให้ผมบังคับปากตัวเองไม่อยู่ ผมกลืนน้ำลายอย่างหวาดกลัว นั่งตัวแข็งทื่อรอปีศาจร้ายลุกขึ้นมาหักคอผมจิ้มน้ำพริก
แต่สุดท้ายเจ้าเมฆก็ไม่ได้ทำอะไรแบบที่ผมนึกกลัว หมอนั่นนั่งนิ่งอยู่กับที่ ทำหน้าคล้ายกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง แล้วในที่สุดมันก็พูดว่า
นายคงกำลังคิดว่าฉันฉวยโอกาสกับนาย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่... เมฆเงยหน้าขึ้นมองผมก่อนถอนหายใจ
ที่ฉันทำ มีแค่ขอแบ่งปันลมหายใจของนายเท่านั้น
แบ่งปันลมหายใจ? ผมทวนคำ หมายถึงพวกพลังชีวิตอะไรอย่างนั้นใช่ไหม
ถ้าในภาษาเกมบ้าบออะไรของนายก็ ประมาณนั้น...
คำพูดของนายปีศาจจอมประชดประชันทำให้ผมต้องจ้องหน้ามันด้วยสายตาแค้นเคืองแกมหมั่นไส้ นึกในใจว่าถ้าเจ้านี่เป็นปีศาจในเกมจริงล่ะก็ มันต้องเป็นประเภทผู้ใช้สุนัขแน่... วิ่งพล่านอยู่ในปากเยอะซะขนาดนั้น... อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ผมจะถามหมอนี่มันไม่ใช่เรื่องนี้หรอก
แล้วนายเอาลมหายใจของฉันไปทำอะไร
เมฆไม่ได้ตอบผมทันที มันมองหน้าผมครู่หนึ่งก่อนหลับตาและนิ่งเงียบ ทำเหมือนคนที่รอฟังคำตอบตาแป๋วอยู่นั้นไม่มีความสำคัญ ให้ตายสิ! นี่ผมเริ่มคันฝ่าเท้าตะหงิดๆ แล้วนะนี่
ทว่ายังไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจ เจ้าปีศาจก็รีบชิงพูดขึ้นมาก่อน ชิ! ท่าทางมันคงรู้ตัวว่ากำลังจะกลายเป็นเหยื่อบาทาของใครล่ะมั้ง
ความจริงแล้ว... มนุษย์เป็นอาหารของฉัน
อ้อ... ที่แท้ก็เป็น...
ผมกอดอกแล้วพยักหน้าช้าๆ แต่แล้วก็ต้องชะงัก เบิ่งตากว้าง หันไปจ้องเจ้าปีศาจหน้าหล่อที่เพิ่งเฉลยความจริงอันน่าขนหัวลุก
หา! นายว่าอะไรนะ เป็นอาหารเรอะ!?
เมฆพยักหน้า ก่อนพูดขู่ ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าสักวันจะกินนายทั้งตัว
เวรแล้วไหมล่ะ! เห็นท่าทางและการกระทำของมันออกแนววิปริต ใครจะไปนึกว่า กิน ของมันมีความหมายแบบเดียวกับคำว่า กิน จริงๆ
ผมคลานถอยหลังจนกระทั่งติดกำแพงอีกฝั่ง สองตาไม่ลดละจากปีศาจที่นั่งจ้องผมเขม็ง มือข้างหนึ่งชูไม้บรรทัด อีกข้างเงื้อกล่องดินสอ เผื่อว่ามันจู่โจมเข้ามาผมจะได้ป้องกันตัวทัน แต่เพียงครู่เดียวเมฆก็หัวเราะออกมา
ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันยังไม่คิดเขมือบนายตอนนี้หรอก เมฆว่าพลางซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มนอนเงียบ ทิ้งให้ผมนั่งค้างชูไม้บรรทัดอย่างนั้นอีกเกือบค่อนคืน
ไอ้บ้า ไอ้ปีศาจโรคจิต จำไว้เลยนะ!
ผมคำรามในลำคอ กำปืนในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขณะเล็งไปยังร่างของศัตรูตัวร้าย
เก่งนักก็เข้ามาสิเฟ้ย จะยิงให้พรุนเลย คิดพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างสะใจในอารมณ์ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมฝันนะ นี่เรื่องจริงล้วนๆ เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบสว่างแถมตื่นเช้ากว่าปกติเลยหงุดหงิดจนต้องหาที่ระบายสักหน่อย โชคดีเป็นบ้าที่ตอนเที่ยงแม่ใช้ให้ผมมาซื้อของในตลาดและเจ้ามารความสุขนั่นกำลังซ่อมกำแพงห้องน้ำ ผมเลยแอบแวะร้านเกมเจ้าประจำได้
...ทว่าในตอนที่กำลังยิงอย่างเมามันนั้นเอง...
ท่าทางจะสนุกมากเลยนะ อินกับเกมขนาดนั้นเลยรึ?
เสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบอยู่ข้างหูทำให้ทั้งร่างแข็งเป็นหิน เกมโอเว่อร์ภายในเสี้ยวนาทีทั้งที่ปกติแล้วยังเล่นต่อได้นานเกือบครึ่งชั่วโมง ผมกลืนน้ำลาย ค่อยๆ หันไปทางมารร้ายที่ยืนยิ้มเผล่อยู่ข้างๆ
แม่ให้มาซื้อของ ดันดอดแวะหยอดเกมตู้อีก นายนี่มัน... ไม่ทันได้พูดจบ เมฆก็เข้าล๊อกคอผมแบบนักมวยปล้ำและใช้สองมือไขขมับเป็นของแถม
เจ็บโว้ย ป... อือ! ไอ้ปีศาจโหดมันทำให้เสียงผมหายไปเฉยๆ ไม่เปิดโอกาสให้ได้ร้องขอความช่วยเหลือสักนิด ผมจึงต้องดิ้นรนอย่างเจ็บปวดอยู่ในวงแขนกำยำที่รัดแน่นอย่างกับอนาคอนด้ารัดเหยื่อไม่มีผิด ทว่าไม่นานสวรรค์ก็ส่งคนลงมาช่วยผม
โฮ่... สนิทสนมกันจังเลยนะ ถึงขนาดหยอกล้อกันกลางร้านเกมอย่างนี้
แม้เป็นคนที่เกลียดที่สุดแต่ในสถานการณ์อย่างนี้ผมก็แทบกระโดดกอดเจ้าหนึ่งได้ เมฆหยุดบีบขมับผมแล้วหันไปหาคนที่เพิ่งทักทายด้วยน้ำเสียงเย็นชาปนเหยียดหยาม... ช่างมันเถอะ... ต่อให้มันเยาะเย้ยมากกว่านี้ผมก็ยอม มันช่วยให้ผมรอดตายแล้ว แต่เหมือนปีศาจร้ายจะรู้ความคิด มันมองผมด้วยหางตาแวบหนึ่งก่อนพูดกับหนึ่งว่า
อิจฉาพวกเรารึ?
ผมเห็นหน้าขาวๆ ของเจ้าหนึ่งแดงซ่านขึ้นมาทันที อยากยกมือขยี้ตาดูว่าไม่ได้เห็นภาพหลอนแต่ติดว่าเมฆมันยังล๊อกคอผมอยู่
เฮอะ! ใครจะไปอิจฉาคนอย่างพวกแกกัน หนึ่งพูดด้วยเสียงแหลมปรี๊ดแล้วหันมาทางผม ไง! เต้ หนนี้แม่นายขายของเก่าได้หรือไง นายถึงมีเงินเล่นเกมน่ะ
เงินค่าขนมของฉันโว้ย ไอ้ปากหมา!!
ตะโกนจบก็พยายามถีบขาเตะไอ้หนึ่ง นี่ผมนึกขอบคุณมันลงได้ยังไงนะ มันดูถูกครอบครัวเราซะขนาดนี้แถมลามปามไปถึงแม่ผมอีก ไอ้ชั่วเอ๊ย!
เงินค่าขนมนายเยอะขนาดเล่นเกมได้ทีเป็นชั่วโมงๆ เลยเหรอหรือว่าเล่นเก่ง ไม่น่า... ขนาดเรื่องเรียนนายยังแทบเอาตัวไม่รอดเลยนี่หว่า
ฉันเรียนไม่เก่งแต่ก็ไม่เคยสอบตกนะเฟ้ย ไอ้คุณชายจอมซ้ำชั้น!!
คราวนี้หน้าที่แดงของหนึ่งยิ่งแดงแปร๊ดเข้าไปอีก มันรีบละล่ำละลักแก้ตัว
ฉันไม่สบายโว้ยถึงได้สอบตก คนอย่างฉัน...
หนึ่งหุบปากทันควันเมื่อเห็นเด็กหลายคนในร้านเริ่มจับกลุ่มมุงดูพวกเราอย่างสนใจ ส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นน้องในโรงเรียนเดียวกับผม จากนั้นมันก็รีบหันหลังวิ่งแจ้นออกจากร้าน ไม่ลืมส่งสายตาอาฆาตมาทางผมที่ยังตะโกนด่าไล่หลัง
คนอย่างแกมันก็มีแค่รวยแหละวะ ไอ้เด็กซ้ำชั้น!!
พอได้แล้วน่า อายเขา เมฆว่าพลางหันไปหยิบของและดึงผมออกจากร้านเกม
เดี๋ยวสิ ฉันยังด่าไม่จบ ไม่สิ! ความจริงไอ้เลวนั่นมันต้องโดนต่อยสักเปรี้ยง ผมคำราม
แต่นายก็โกหกว่าใช้ค่าขนมเล่นเกมไม่ใช่หรือไง
คำพูดของเมฆทำให้ผมสะอึก แน่นอนว่าเรื่องจริงก็คือผมแอบเม้มเงินแม่เล่นเกมไป 20 บาท แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าผมบอกขอไปซื้อขนมกินแม่จะพยักหน้าและไม่ว่าอะไรทุกครั้ง ดังนั้นเรื่องนี้ตกประเด็น เมฆกล่าวหาผมไม่ได้เด็ดขาด!!
ทว่ายังไม่ทันอ้าปาก มันก็สวนกลับมาแล้วนี่สิ...
แล้วค่าข้าวที่แม่นายให้ไปโรงเรียนทุกวันนั่นอีก นายไม่ใช้ฉันก็ไม่ว่าหรอก แต่นายเล่นไม่กินข้าวเพื่อที่จะมาหยอดตู้เกมนี่มันเกินเหตุไปหน่อยนะ เพราะอย่างนี้ไงนายถึงตัวเล็กกว่ามาตรฐาน
หน้าชาวูบทันที ไอ้บ้านี่มันเป็นอึปลาทองหรือไง เพิ่งเข้ามาอยู่บ้านผมได้ไม่กี่วันไหงมันถึงได้รู้เรื่องผมทุกอย่างราวกับอาศัยร่วมบ้านกันมาเป็นชาติอย่างนี้
ไม่ใช่เรื่องของนาย
พูดออกไปแล้วก็ต้องรีบตะครุบปากตัวเองพลางชำเลืองมองคนที่เดินอยู่ข้างกายอย่างหวาดผวา แต่ใบหน้าของเมฆไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ที่จริงมันออกจะเย็นชาด้วยซ้ำ นอกจากนี้มันยังดูห่างเหินจนผมรู้สึกผิดซะเอง
เอ้อ... ฉัน... คือว่า...
รีบกลับเถอะ คุณน้ารออยู่ เมฆตัดบทแล้วรีบเดินจ้ำอ้าว หมอนั่นไม่ได้เหลียวหลังกลับมามองผมอีกเลยจนกระทั่งเข้าไปในบ้าน
กลับมาแล้วหรือจ๊ะ แม่เงยหน้าจากงานฝีมือที่รับมาทำและส่งยิ้มให้พวกผมที่เพิ่งเข้าประตูมา เห็นใบหน้าที่มีเหงื่อเกาะพราวของแม่ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้น
แม่ครับ คือผม...
แม่ต้องรีบส่งงานภายในวันพรุ่งนี้ เต้ทำกับข้าวแทนแม่ทีนะลูก
แม่หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับเหงื่อก่อนก้มหน้าทำงานต่อไป ผมกลืนน้ำลายด้วยสำนึกบาปพลางตอบรับเสียงอ่อยและรับถุงกับข้าวจากมือเมฆเพื่อเอาไปไว้ในครัว คิดว่าจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาทำอาหาร ผมจึงเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อหยิบผ้าขนหนู แต่เมื่อเปิดประตูห้องนอนก็ต้องผงะ เพราะคนที่ผมเพิ่งรับถุงกับข้าวจากมือมันไปกลับขึ้นมานั่งอยู่บนที่นอนของผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แถมตอนนี้มันยังกลายร่างเป็นปีศาจทั้งที่เป็นเวลากลางวันแสกๆ
เห็นแล้วใช่ไหม ปีศาจเมฆคำราม
เห็นอะไร
ผมแสร้งทำหน้าไม่รู้เรื่องและคิดว่าจะหันหลังกลับ แต่ร่างกายมันดันขยับไม่ได้เสียนี่!
อย่าแกล้งตีหน้าเซ่อ ไอ้หนู ว่าพลางลุกขึ้นจากฟูกแล้วเดินย่างสามขุมเข้ามาหา ผมได้แต่กลืนน้ำลาย จ้องหมอนั่นด้วยสายตาหวาดกลัว
แกไม่รักแม่ของแกเลยใช่ไหม เล็บยาวแหลม (ท่าทางจะ) คมของปีศาจไล้อยู่บนแก้มผมช้าๆ
ถ้าแกไม่ต้องการผู้หญิงคนนั้น ฉันจะลงไปกินหล่อนเดี๋ยวนี้
อย่ายุ่งกับแม่ฉัน!! ผมตะโกนและผลักเจ้าปีศาจร้ายสุดแรงเกิด แต่มันแค่เซไปสองสามก้าวก่อนถลึงตาดุดันใส่ผม ทว่าตอนนี้ผมโกรธจัดจนลืมความกลัวไปแล้ว
ถ้าแกแตะต้องแม่ฉัน ฉันฆ่าแกแน่!!
เมฆยิ้มเยาะพลางยืดตัวขึ้น ดวงตาสีม่วงคล้ำของเจ้านั่นมองผมอย่างเหยียดหยาม
ไม่อยากให้ฉันฆ่าเพราะแกกลัวไม่มีคนเลี้ยงใช่ไหมล่ะ แกอยากให้ผู้หญิงคนนั้นหาเงินให้เพื่อแกจะได้ใช้เงินที่หล่อนหามาได้ปรนเปรอความสุขจอมปลอมของแก
แกไม่รู้อะไรอย่ามาพูดดีเลยน่า!! ผมถลาเข้าไปต่อยเมฆสุดแรงเกิดก่อนกระโจนถีบหน้าแข้งมันอีกครั้งเป็นของแถม ได้ผล... ถึงจะไม่ลงไปนอนกองแต่เมฆก็ต้องทรุดตัวลงเพื่อลูบขาตัวเอง
ฉันไม่ได้มีอำนาจอย่างแกนี่ถึงจะปกป้องตัวเองได้ รู้บ้างหรือเปล่าว่าที่โรงเรียนฉันต้องเจอกับอะไรอยู่เกือบทุกวัน!! แกเข้าใจหัวอกคนที่ไม่มีพวกแถมโดนแกล้งตลอดเวลาอย่างฉันเหรอ!!!
ปีศาจร้ายมองผมด้วยสีหน้าตกตะลึงก่อนทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วก็เปลี่ยนใจก้มมองพื้น สักพักผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจของเมฆ
มันแค่ข้ออ้างของคนอ่อนแอ แต่เอาเถอะ ฉันก็เห็นมนุษย์อ่อนแอกันทุกคนนั่นแหละ ยกเว้น...
ทิ้งค้างไว้แค่นั้นก็ลุกขึ้นยืน เขาสัตว์ที่ยืดยาวค่อยๆ หดเล็กจนหายเข้าไปในหัวของเมฆ ในที่สุดมันก็กลายร่างเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์เหมือนเมื่อสามนาทีก่อนหน้านี้
ที่นายพูดก็ใช่ว่าฉันจะไม่เข้าใจหรือไม่รู้ อีกอย่างหนึ่งที่นายโดนแกล้งน่ะ มันเพราะ...
อยู่ๆ เมฆก็ทำสีหน้าไม่พอใจขึ้นมา ทำเอาอารมณ์กรุ่นๆ ของผมหายวับ บังเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาแทนที่
เพราะอะไรล่ะ ผมถาม แต่เจ้าปีศาจกลับเดินหนีแทนคำตอบ
เอ้า!! อย่ายั่วให้อยากแล้วจากไปสิวะ บอกมาสิว่าเพราะอะไร!!
เมฆมองหน้าผมอีกครั้ง นี่ตาฝาดไปหรือเปล่านะ เห็นมุมปากหมอนั่นยกขึ้นนิดๆ คล้ายกับกำลังเยาะเย้ยผมอยู่อย่างนั้นแหละ
ว่าไงล่ะ เฮ้ย เดี๋ยวก่อน!!"
สุดท้ายผมก็ไม่ได้รับคำตอบ เมื่อเจ้านั่นหายตัวไปจากห้องโดยที่ไม่ได้เปิดประตู
edit @ 2007/08/16 01:30:35

